คำถาม - คำตอบ (Student FAQ's)

   
General information
Student FAQ's
Application form
Letter from Bureau of Education

1.
โครงการมีการคัดเลือกครอบครัวอุปถัมภ์อย่างไร?
ครอบครัวอุปถัมภ์ส่วนใหญ่ของโครงการจะเป็นผู้ที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับโบสถ์ หรือจากการแนะนำต่อ ๆ กันมาของสมาชิกเดิมของโครงการ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นล้วนได้รับประสบการณ์ที่ดีในการรับดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยน
 
2.
ทำไมพวกเขาจึงรับอุปการะนักเรียนต่างชาติ?
มีเหตุผลที่หลากหลายในการรับอุปการะนักเรียนแลกเปลี่ยน บางครอบครัวต้องการให้ลูก ๆ ของพวกเข้าได้มีโอกาสรู้จักกับเยาวชนจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากแถบเอเซีย ที่มีทั้งวัฒนะธรรมและมารยาทที่ดีงาม บางครอบครัวคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนะธรรมระหว่างกัน ซึ่งบางครอบครัวก็คิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างมิตรภาพ ที่จะนำมาซึ่งสันติภาพของโลกใบนี้ และยังเหตุผลที่ดีอีกมากมาย
 
3.
นักเรียนจะสามารถสำเร็จการศึกษาในระดับ High School จากโรงเรียนที่เข้าไปศึกษาหรือไม่?
ทางโครงการฯ ไม่สามารถให้การรับรองในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับระดับชั้นของนักเรียน รวมถึงคะแนนผลการเรียนในแต่ละวิชาด้วย บางโรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนแลกเปลี่ยนสำเร็จการศึกษาได้
 
4.
ระหว่างที่อยู่ร่วมในโครงการ นักเรียนจะขออนุญาตกลับประเทศของตนเอง เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ปกครอง พบญาติ หรือพักผ่อนได้หรือไม่?
ไม่สามารถกระทำได้ ถ้านักเรียนเดินทางออกนอกประเทศที่เข้าร่วมโครงการฯ จะมีผลทำให้สิ้นสุดการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการฯ ทันที
   
5. วันสิ้นสุดการเข้าร่วมโครงการคือเมื่อใด?
5 วันภายหลังจากโรงเรียนสิ้นสุดปีการศึกษา
   
6.
นักเรียนแลกเปลี่ยนจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าเป็นสมาชิกของชมรมต่าง ๆ หรือไม่?
นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนจะต้องแสดงความสามารถของเขา / เธอ ในการเข้าร่วมกิจกรรมหรือชมรมต่าง ๆ เหมือนอย่างเพื่อนอเมริกันทั่วไป
 
7.
ระหว่างที่อยู่ร่วมในโครงการฯ หากนักเรียนมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ ใครจะเป็นผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือกับพวกเขาเหล่านั้น?
นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการทุกคน จะมีรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ประจำท้องถิ่นผู้ดูแลรับผิดชอบพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งจะคอยประสานงานและให้คำแนะนำช่วยเหลือตลอดระยะเวลาโครงการ พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
 
8.
จะทำอย่างไรถ้านักเรียนเจ็บป่วยและต้องการพบแพทย์ระหว่างที่อยู่ร่วมโครงการฯ?
นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ทุกคนจะมีประกันสุขภาพเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ไม่สบายหรือเกิดการเจ็บป่วย สามารถเข้ารักษาพยาบาลได้จากสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่พักของนักเรียนมากที่สุด
 
9.
ถ้าผู้ปกครองต้องการเดินทางไปเยี่ยมบุตรของพวกเขาระหว่างที่อยู่ร่วมโครงการ?
ทางโครงการขออนุญาตไม่สนับสนุนในเรื่องนี้ เราขอแนะนำให้ผู้ปกครองไปรับพวกเขาหลังจากที่สิ้นสุดโครงการแล้ว ทั้งนี้เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในการที่จะคาดหวังว่า ทางครอบครัวอุปถัมภ์จะยินดีรับผิดชอบกับแขก ที่จะมาอยู่เพิ่มขึ้น
 
10.
นักเรียนจะเดินทางท่องเที่ยวตามลำพังได้หรือไม่?
ขณะที่อยู่ร่วมในโครงการนักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางตามลำพัง นอกจากเดินทางพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวอุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่ของโครงการ กับทางโรงเรียนหรือเดินทางในกิจกรรมของโบสถ์เท่านั้น นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางโดยลำพังเพื่อไปพบเพื่อนหรือเยี่ยมญาติต่างเมือง สำหรับนักเรียนที่ประสงค์จะไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญ ๆ ของอเมริกา ทางโครงการได้มีการจัดกิจกรรมไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนักเรียนจะได้รับทราบข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างที่อยู่ในโปรแกรม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของนักเรียนเอง ว่าต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ใด หรือจะไม่เข้าร่วมเลยก็ได้)
 
11.
หากนักเรียนสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ไม่ดีพอสำหรับการศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา จะมีผลอย่างไร?
โดยปกติเมื่อนักเรียนเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาในช่วงแรกจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารเล็กน้อย เนื่องจากความไม่คุยเคยในสำเนียงของแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ตามนักเรียนทุกคนต้องถือเป็นความรับผิดชอบชองตนเอง ในการเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษเป็นพิเศษก่อนการเดินทาง เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีในการศึกษาต่อไป
   
12.
โรงเรียนในสหรัฐอเมริกา คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดีเพียงใด?
นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการได้ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษมาแล้ว อย่างไรก็ตามทางโรงเรียนคาดหวังว่านักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนจะสามารถปรับตัว และสามารถพัฒนาเรื่องการสื่อสาร และการเรียนได้ดีขึ้น หลังจากเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาในระยะเวลาอันสั้น
 
13.
นักเรียนแลกเปลี่ยนจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากทางโรงเรียนหรือไม่?
ไม่จริงเสมอไป นักเรียนควรพยายามปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน ๆ อเมริกันให้ได้เร็วที่สุดที่สามารถจะทำได้
   
14.
ถ้านักเรียนแลกเปลี่ยนประสงค์จะศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้หรือไม่?
นักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน จะเดินทางด้วยวีซ่า J-1 และสามารถสิทธิ์นี้ได้เพียง 1 ปีการศึกษาเท่านั้น (10 เดือน) หากนักเรียนมีความประสงค์จะศึกษาต่อจะต้องเดินทางกลับประเทศ และสมัครขอวีซ่านักเรียน F-1 ไปแทน โดยเสียค่าเล่าเรียนตามปกติ
   
15. นักเรียนสามารถเลือกรัฐ หรือเลือกโรงเรียนได้หรือไม่?
เนื่องจากครอบครัวอุปถัมภ์จะเป็นผู้คัดเลือกเด็กที่พวกเค้าต้องการรับอุปการะดูแล ดังนั้นนักเรียนจึงไม่มีสิทธิ์ในการเลือกรัฐหรือโรงเรียน เนื่องจากเมื่อทางครอบครัวตัดสินใจรับอุปการะนักเรียน ทางโครงการจะดำเนินการให้นักเรียนได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนของรัฐบาลที่อยู่ใกล้บ้านอุปถัมภ์มากที่สุด
   
16.
นอกจากค่าใช้จ่ายที่แจ้งไว้แล้ว นักเรียนควรจะมีเงินสำรองส่วนตัวเท่าไร?
นักเรียนควรมีเงินสำรองใช้จ่ายส่วนตัว (Pocket money) เพื่อใช้ซื้อ เสื้อผ้า ขนม เครื่องดื่ม ท่องเที่ยว ฯลฯ เดือนละประมาณ US$ 150 –200 (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละคน)

 

 
General information
Student FAQ's
Application form
Letter from Bureau of Education
Copyright©2004 International Education Promotions | Designed by DinsorAdvertising.com