Contact us: 02 640 1410-1, 095 502 1892 info@studyinter.com
previous arrow
next arrow
Slider

หลักสูตรเรียนต่อต่างประเทศระดับมัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เรียนและทำงาน (Study&Work)
คลิกเลือกประเทศที่น้องๆ สนใจ

UNITED KINGDOM


ข้อมูลระบบการศึกษา

ระดับการศึกษาในประเทศอังกฤษ แบ่งได้เป็น

ขั้นเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน

โรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน

โดยส่วนมากนักเรียนจะเริ่มเข้าเรียนที่เนอร์สเซอรี่เมื่ออายุ 3 หรือ 4 ปี ซึ่งในระบบเอกชนหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนจะเปิดรับนักเรียนอายุระหว่าง 5-13 ปี สำหรับนักเรียนต่างชาตินั้นส่วนมากมักจะเริ่มเรียนเมื่ออายุ 7 ปีและโดยมากจะอยู่ประจำ หลังจากนั้นจะเลื่อนชั้นไประดับมัธยมเมื่ออายุ 11 หรือ 13 ปี

 

ระดับประถมศึกษา

เด็กนักเรียนอังกฤษในระบบโรงเรียนรัฐบาลโดยมากเข้าเรียนระดับชั้นประถมเมื่ออายุ 5 ปี และเลื่อนชั้นเข้าระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุครบ 11 ปี

 

ระดับมัธยมศึกษา

โรงเรียน มัธยมในประเทศอังกฤษทั้งในระบบรัฐบาลและเอกชนเปิดสอนจนถึงอายุ 16 ปี และเตรียมความพร้อมของนักเรียนสำหรับการสอบ GCSEs หรือเทียบเท่า โดยมากนักเรียนต่างชาติเริ่มเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนเมื่ออายุ 11 หรือ 13 ปี

 

ระดับการศึกษาหลังอายุ 16 ปี (รวมถึง A-levels หรือเทียบเท่า)

หลังจบการศึกษาภาคบังคับเมื่ออายุ 16 ปีแล้ว นักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เรียนต่อ และสามารถทำงานได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเรียนต่อระดับ A-levels หรือเทียบเท่าในวิทยาลัยที่เรียกว่า Sixth-Form College หรือ College of Further Education นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่สอบ A-levels เพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

 

ระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา

นักเรียนโดยมากจะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุ 18 ปี และได้รับวุฒิการศึกษา A-levels หรือเทียบเท่า หลังจากนั้นจะศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา

  • การศึกษาระดับอาชีวศึกษา

วิทยาลัยมากกว่า 600 แห่งในสหราชอาณาจักรเปิดสอนหลักสูตรและสาขาวิชาหลากหลาย รวมทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตร GCSEs และ A levels หลักสูตรวิชาชีพ หลักสูตร Access และหลักสูตรปริญญาตรีบางวิชา

  • การศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education)

ในระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัยจะเปิดสอนในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า มีมหาวิทยาลัยกว่า 90 แห่งในสหราชอาณาจักรและเปิดสอนหลักสูตรและสาขาวิชาหลากหลาย

ข้อมูลประเทศ UK

ข้อมูลทั่วไปประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom) สหราชอาณาจักรประกอบไปด้วย 4 ประเทศ คือ อังกฤษ (England) สก๊อตแลนด์ (Scotland) เวลส์ (Wales) และไอร์แลนด์ (Northern Ireland) โดยพื้นที่ทั้ง 3 ประเทศ ตั้งอยู่บนเกาะเดียวกัน เรียกว่า Great Britain ส่วนประเทศไอร์แลนด์ (Northern Ireland) ตั้งอยู่บนเกาะไอร์แลนด์   ประเทศ อังกฤษเป็นประเทศที่มีความเจริญทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อุตสาหกรรม และการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านระบบการศึกษา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ในแต่ละปีจึงมีผู้คนให้ความสนใจมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมาก นอกจากประวัติศาสตร์และระบบการเมืองการปกครองที่มีความเป็นเอกลักษณ์แล้ว ประเทศอังกฤษยังจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งธรรมชาติและงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ปราสาท และพระราชวังต่างๆ   ลักษณะภูมิประเทศถึง แม้ว่าประเทศอังกฤษจะมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ลักษณะภูมิประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป เช่น พื้นที่ทางตอนเหนือและด้านตะวันตกของประเทศ จะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ส่วนทางด้านใต้และด้านตะวันออกจะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบ   ภูมิอากาศ สำหรับฤดูกาลจะแบ่งออกเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูหนาว. มีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปตามฤดูกาล และสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ทางฝั่งตะวันตกจะมีฝนและมีอุณหภูมิที่อบอุ่นมากกว่าทางฝั่งตะวันออก ในทางตอนเหนือของประเทศจะมีช่วงที่หนาวกว่าทางตอนใต้   เวลา

  • ช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม: เวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง
  • ช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนมีนาคม: เวลาช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 7 ชั่วโมง

ระบบการปกครอง การบริหารการปกครองของประเทศอังกฤษ แบ่งออกเป็น 6 เขตหลัก คือ

  1. เมืองลอนดอนและย่านชานเมือง
  2. การปกครองแบบหนึ่งเดียว
  3. เขตสภา
  4. มณฑลนครหลวง
  5. มณฑล
  6. ประเทศไอร์แลนด์เหนือ

ภาษา ศาสนา ประชากร ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการและเป็นภาษาสากลที่ใช้สื่อสารมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ประเทศอังกฤษยังมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนา เพราะมีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก ประเทศอังกฤษมีจำนวนประชากรโดยรวมประมาณ 60 ล้านคน   สกุลเงิน หน่วยเงินตราของอังกฤษเป็น ปอนด์เสตอริง (GBP) 1 ปอนด์เสตอริง = 100 เพนนี (p) ธนบัตรมีฉบับละ 50, 20, 10, 5 เหรียญ 50p, 20p, 10p, 5p และ 1p

การยื่นวีซ่า UK

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียนมีดังนี้

  1. หนังสือการเดินทางที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน และมีหน้าว่าง 1 แผ่น หน้า-หลังเป็นอย่างน้อย และหนังสือเดินทางเล่มเก่าทุกเล่มที่มี พร้อมสำเนาหน้าแรกของหนังสือเดินทาง (หน้าที่มีรูปถ่ายติดอยู่ และหน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง หรือหน้าเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ถ้ามี)
  2. กรอกแบบฟอร์มใบสมัครให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ และลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
  3. รูปถ่ายปัจจุบันจำนวน 2 ใบ ซึ่งถ่ายไม่เกิน 6 เดือน รูปถ่ายควรมีลักษณะ ดังนี้
  • พื้นหลังควรเป็นสีขาว
  • รูปถ่ายต้องชัดเจนและมีความละเอียดของภาพสูง
  • กระดาษของรูปถ่ายจะต้องเป็นกระดาษที่ใช้สำหรับการถ่ายภาพเท่านั้น
  • รูปถ่ายจะต้องมีขนาด 45*35 มิลลิเมตร (ประมาณ 2 นิ้ว) ขนาดของหน้าเป็น 2 ใน 3 ของพื้นที่
  • รูปถ่ายต้องเป็นหน้าเต็ม (ไม่สวมแว่นตา หมวก และไม่มีสิ่งปกคลุมบนศีรษะ) ยกเว้นในกรณีที่ต้องใส่ตามศาสนาของชาตินั้นๆ
  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ (รับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อ)
  2. หลักฐานการเรียนจบการศึกษาครั้งสุดท้าย เช่น ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรพร้อม Transcript รวมทั้งหลักฐานที่เคยเรียนเพิ่มเติม หรือเข้ารับการอบรมในขณะที่เข้ารับการศึกษาหรือหลังจากจบการศึกษาแล้ว เช่น สำเนาประกาศนียบัตร พร้อมหลักฐานต่างๆ ว่าเคยเข้าเรียนคอร์สภาษาอังกฤษในโรงเรียนสอนภาษา
  3. หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษาในประเทศอังกฤษ ระบุ ชื่อหลักสูตร/ค่าเล่าเรียน/ระยะเวลาเรียนทั้งหมด/จำนวนชั่วโมงเรียนต่อ สัปดาห์ /วุฒิการศึกษาที่จะได้รับเมื่อสำเร็จแล้ว
  4. หลักฐานการเงินของผู้ที่จะรับผิดชอบค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในระหว่างการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ดังนี้
  • หนังสือรับรองจากผู้ออกค่าใช้จ่ายรับรองว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้
  • ในกรณีที่ผู้ออกค่าใช้จ่ายมิใช่บิดามารดา ต้องมีหลักฐานแสดงว่าท่านมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ออกค่าใช้จ่าย เช่น สำเนาสมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มของผู้ออกค่าใช้จ่าย (พร้อมสำเนาย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน)
  • หลักฐานการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย ถ้ามีธุรกิจส่วนตัวให้นำหลักฐานการประกอบธุรกิจ เช่น หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ บัญชีรายงานทางการเงินของธุรกิจ หนังสือรับรองการทำงานหลักฐานรายได้ เช่น ใบแสดงรายการเงินเดือน (Payslip) หลักฐานการถือครองหุ้น หลักฐานทรัพย์สินที่มี เช่น โฉนดที่ดิน
  1. หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างการศึกษา ระบุชื่อ/ที่อยู่ หรือสัญญาเช่า (ถ้ามี)

ในกรณีที่ญาติ เพื่อน หรือ Sponsor เป็นผู้รับรองให้ที่พักอาศัยในประเทศอังกฤษ ต้องเตรียมเอกสาร

  • หนังสือรับรองยืนยันจะให้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน
  • สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับทุกหน้าของผู้รับรอง
  • หลักฐานการเงินของผู้รับรอง
  • หลักฐานการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยของผู้รับรองหรือสัญญาเช่า
  • หลักฐานการติดต่อระหว่างท่านกับผู้รับรอง เช่น จดหมาย ใบเสร็จค่าโทรศัพท์ รูปถ่าย ฯลฯ
  1. ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่านักเรียน (กรุณาโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ไออีพี)

เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าตามที่ระบุข้างต้นนี้ เป็นเอกสารที่กำหนดไว้โดยทั่วไป ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่อาจจะขอเอกสาร อื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาขอวีซ่าของท่าน เอกสารทุกฉบับที่ใช้ประกอบการขอวีซ่า กรุณาถ่ายเอกสารอย่างละ 1 ชุด เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้วนำไปยื่นที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรเพื่อตรวจสอบ คำร้องขอวีซ่าจะถูกส่งไปยังสถานทูตอังกฤษเพื่อพิจารณา หลังจากนั้นหนังสือเดินทางจะถูกส่งกลับมา ณ ศูนย์ยื่นคำร้อง ในกรณีที่ผู้สมัครเลือกใช้บริการบริษัทจัดส่งเอกสาร หนังสือเดินทางจะถูกจัดส่งให้ในวันถัดไป (วันจันทร์-ศุกร์ 09.00-20.00 น.) ทั้งนี้บริการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท วีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด   ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศสหราชอาณาจักร ที่อยู่ขอยื่นวีซ่าอังกฤษ: อาคารเดอะ เทรนดี้ ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 เวลายื่นคำร้องขอวีซ่า: วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา : 08:30-15:00   เวลายื่นคำร้องขอวีซ่า – เปิดนอกเวลาทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติม): เฉพาะวันเสาร์ เวลา : 08:30-12:00   ***การตรวจวัณโรค IOM*** ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกประเภทในประเทศไทยที่ประสงค์จะพำนักในสหราชอาณาจักร นานกว่า 6 เดือน ต้องมีใบรับรองยืนยันว่าปลอดจากเชื้อวัณโรค หรือ Tuberculosis (TB) โดยก่อนที่จะยื่นเรื่องขอวีซ่าจะต้องนัดล่วงหน้าก่อน ค่าธรรมเนียมการตรวจ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โปรดสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของ IEP

HIGH SCHOOL & COLLEGE

Neath Port Talbot College (NPTC Group)

ตั้งอยู่ที่ประเทศเวลส์
ได้รับรองชื่อเสียงจาก UK Border Agency
จบแล้วสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชื่อดัง เช่น Oxford University, University of Manchester

Clifton College

วิทยาลัยประจำสหศึกษาสำหรับนักเรียน อายุ 13-18 ปี
มีชื่อเสียงมายาวนาน ก่อตั้งเมื่อปี 1862
เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลาย อาทิ Art, Business, Classics, Design and Technology

Myddelton College at North Wales

วิทยาลัยประจำสหศึกษาสำหรับนักเรียน อายุ 11-17 ปี
เปิดสอนแบบ GCSE และ A-level
มีประสบการณ์รองรับนักเรียนชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

UNIVERSITY

Unverstity of Exeter

เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหราชอาณาจักร ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1855
ติด 1 ใน 200 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก
โด่ดเด่นด้านสาขาการบริหาร การจัดการ บัญชี และด้านธุรกิจ

Kingston University London

ก่อตั้งเมื่อปี 1899
โดดเด่นหลักสูตรด้าน Fashion, Science, Engineering, และ Business
ปี 2017 ได้รับ The Guardian University Award

SEE MORE LISTS

BELFAST

  • Queen’s University Belfast

BIRMINGHAM

  • University of Birmingham


EAST ANGLIA

  • University of East Anglia

EXETER

GLOUCESTERS

University of Gloucestershire

LONDON

MANCHESTER

  • Embassy English
  • Manchester Metropolitan University
  • University Of Manchester

NEWCASTLE

  • Newcastle University
  • Northumbria University

NOTTINGHAM

  • University of Nottingham


STIRLING

  • University of Stirling

CANADA


ข้อมูลระบบการศึกษา

ปีการศึกษาที่แคนาดา
แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ

  • ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เรียนเดือนกันยายน – ธันวาคม
  • ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เรียนเดือนมกราคม – เมษายน
  • และบางสถาบันอาจจะเปิดภาคฤดูร้อน (Summer) ในเดือน พฤษภาคม – สิงหาคมด้วย

ระบบการศึกษาของ Canada แบ่งเป็น

ระดับประถมศึกษา

เริ่มจากระดับอนุบาล แต่สำหรับชั้นประถมศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละมณฑล ดังนี้
1. ประถม 1 – 8 ได้แก่ มณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา
2. ประถม 1 – 7 ได้แก่ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน
3. ประถม 1 – 6 ได้แก่ ทุกๆมลฑลนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว

 

ระดับมัธยมศึกษา

ตามปกติจะเรียน 12 ปี แล้วต่อระดับปริญญาตรี 4 ปี
– ยกเว้นมณฑลควิเบค และมณฑลออนตาริโอ ที่จะเรียนมัธยม 13 ปี แล้วต่อระดับปริญญาตรี 3 ปี

โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นสหศึกษา ส่วนโรงเรียนเอกชนมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน
สหศึกษาบางแห่ง เป็นโรงเรียนประจำ ระบบการศึกษาในมณฑลควิเบคจะคล้ายกับระบบของประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า ซีเจ็ฟ โดยรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 11 เข้าเรียนวิชาชีพ 2 ปี

คุณสมบัตินักเรียน: เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป, สามารถใช้ผลการเรียนตั้งแต่มัธยมที่ 1 – 3 และสงใบสมัครไปยังโรงเรียนที่ต้องการเข้าเรียนต่อ (ทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับโรงเรียนและในแต่ละมลฑลว่ารองรับนักเรียนต่างชาติได้หรือไม่)

 

ระดับมหาวิทยาลัย

นักศึกษาสามารถเลือกสอบเข้าได้ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา
แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ ในระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 3-5 ปี แตกต่างกันในแต่ละมณฑล บางหลักสูตร เช่น บัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม จะจัดให้มีการฝึกงานด้วย

 

คุณสมบัตินักศึกษา: สถาบันของรัฐบาลทุกแห่งจำกัดจำนวนนักศึกษาต่างชาติไว้ที่ 5% ของจำนวนนักศึกษาทั้งสถาบัน นักศึกษาสามารถเข้าเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัย (Collage) ก่อน และใช้เวลาเรียน 2 ปี แล้วโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และเรียนต่ออีก 2 ปี, นักศึกษาจะได้ใบปริญญาตรี (ระบบนี้จะเข้าง่ายและจบง่ายกว่าการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยโดยตรง)

 

หลักสูตรปริญญาโท

ใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course Work ฟังบรรยาย และเขียนรายงาน หรือเลือกเรียนแบบทำ Project คือทำวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination) .

คุณสมบัตินักศึกษา: จะต้องมีผล TOEFL 550 หรือ 600 หรือลงเรียนภาษากับมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรงเท่านั้น

 

หลักสูตรปริญญาเอก

ใช้เวลาเรียนประมาณ 3-5 ปี เป็น Course Work 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้าวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์

 

การเรียนแบบกึ่งวิชาชีพ
เป็น Community College หรือ Career College ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี
เน้นผลิตนักศึกษาออกสู่ตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรจึงปรับปรุงตลอดเวลาตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติ และตามกระแสตลาดแรงงาน

 

การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติการ
Co-op Education เป็นสถานศึกษาที่ร่วมมือกับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยฝึกงาน 2 ภาคเรียนก่อนที่จะจบการศึกษา รวมทั้งได้รับค่าจ้างด้วย

ข้อมูลประเทศ CANADA

ข้อมูลทั่วไปประเทศแคนาดา (Canada)

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีความสวยงามผสมผสานความเป็นเมืองและที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แคนาดาเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ จึงมีความหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็มีแนวป่าเขียวขจีในแถบชายฝั่งตะวันตก แคนาดามี 4 ฤดูกาลด้วยกัน คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว.

 

ประเทศแคนาดา มีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ ซึ่งมีขนาดถึง 9,970,610 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 30 ล้านคน ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน อิตาลี แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และอินเดีย ส่วนกลุ่มผู้อพยพรุ่นใหม่ๆ จะมาจากเอเชีย , สังคมของชาวแคนาดาจึงเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสาน และประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ที่มณฑลควิเบค (Quebec) จะใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร ดังนั้นแคนาดาจึงเป็นประเทศที่มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส.

 

ภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศของแคนาดามีความหลากหลายตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็ง ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วแคนาดามีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด 4ฤดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกาที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียล (C) หรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียล (C) สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง ชาวแคนาเดียนได้ปรับตัวอย่างมากให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ โดยการติดตั้งเครื่องทำความร้อนในที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ รวมถึงระบบขนส่งมวลชน ที่มีการติดตั้งระบบความร้อนเช่นเดียวกับที่ทางเดินระหว่างอาคารและในสถานศึกษา

 

เวลา

เนื่องจากประเทศแคนาดามีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงแบ่งเวลาออกเป็น 6 โซนตามพื้นที่ แต่ละโซนจะมีเวลาต่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง และเวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง

 

ระบบการปกครอง

ประเทศแคนาดาแบ่งพื้นที่เป็น 10 พื้นที่
ประกอบด้วย 7 มณฑล และมี 2 เขตดินแดน
ซึ่งแต่ละมณฑล จะมีเมืองหลวงดังต่อไปนี้

  • มณฑลบริติชโคลัมเบีย (วิคตอเรีย) – British Columbia (Victoria)
  • มณฑลนิวบรันสวิค (เฟร็ดเดอริคตัน) – New Brunswick (Frederticton)
  • มณฑลอัลเบอร์ต้า (เอ็ดมันตัน) – Alberta (Edmonton)
  • มณฑลพริ้นซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอส์แลนด์ (ชาร์ล็อตทาวน์) – Price Edward Island) – Charlottetown)
  • มณฑลซาสแกสชวาน (รีไจน่า) – Saskatchewan (Regina)
  • มณฑลโนวาสโกเทีย (ฮาลิแฟกซ์) – Nova Scotia (Halifax)
  • มณฑลมานิโทบา (วินนิเปก) – Manitoba (Winnipeg)
  • มณฑลนิวฟาวแลนด์ (เซนจอห์น) – Newfoundland (St John’s)
  • มณฑลออนตาริโอ (โตรอนโต) – Ontario (Toronto)
  • มณฑลควิเบก (ควิเบกซิตี้) – Quebec (Quebec City)

ภาคตะวันตก ประกอบด้วยเมือง

  • บริติชโคลัมเบีย
  • อัลเบอร์ตา
  • ซัสคาเชวาน
  • มานิโตบา

ภาคกลาง

  • ออนตาริโอ
  • ควิเบค

ภาคตะวันออก ประกอบด้วยเมือง

  • นิวฟาวแลนด์
  • พรินซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอร์แลนด์
  • โนวาสโกเทีย
  • นิวบรันสวิก

เขตปกครองพิเศษ และ 1 มณฑลใหม่ ประกอบด้วยเมือง

  • นอร์ธเวสต์
  • ยูคอน
  • มณฑลนูนาวูท (แยกมาจาก นอร์ธเวสต์)

 

ภาษา ศาสนา ประชากร

ภาษา: ภาษาราชการ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส

ศาสนา: โรมันคาทอลิก (39.0%) คริสต์ศาสนิกชนนิกายอื่น ๆ (28.3%) ไม่มีศาสนา (23.9%) อิสลาม (3.2%) ฮินดู (1.5%) ซิกข์ (1.4%) พุทธ (1.1%) ยิว (1.0%) ศาสนาอื่น ๆ (0.6%)

ประชากร: จำนวนประชากร: 35,151,728 ล้านคน (2559)

สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่าง ๆ มากมาย โดยชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี พ.ศ. 2534 – 2543 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ลาว เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา

 

สกุลเงิน: ดอลลาร์แคนาดา ($) (CAD)

การยื่นวีซ่า CANADA

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าแคนาดา มีดังนี้ 

  1. หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  2. หนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี)
  3. รูปถ่ายขนาด 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว หน้าใกล้ จำนวน 2 รูป
  4. สำเนาหนังสือเดินทาง (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา **ลายเซ็นเหมือนในหนังสือเดินทาง)
  5. สำเนาหนังสือเดินทางเล่มเก่า (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา **ลายเซ็นเหมือนในหนังสือเดินทาง)
  6. สำเนาบัตรประชาชน (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา **ลายเซ็นเหมือนในหนังสือเดินทาง)
  7. สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา **ลายเซ็นเหมือนในหนังสือเดินทาง)
  8. สูติบัตรพร้อมสำเนา
  9. หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนจากสถาบันการศึกษาที่เรียนอยู่ปัจจุบัน ออกให้เป็นภาษาอังกฤษ (ฉบับจริง)
  10. สำเนาหนังสือเดินทางผู้ปกครอง ทั้งสองท่าน (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา)
  11. สำเนาหนังสือบัตรประชาชนผู้ปกครอง ทั้งสองท่าน (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา)
  12. สำเนาทะเบียนผู้ปกครอง ทั้งสองท่าน (เจ้าของเซ็นรับรองสำเนา)
  13. ใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี) (เซ็นรับรองทั้งคุณพ่อคุณแม่)
  14. หนังสือรับรองการทำงาน ออกให้เป็นภาษาอังกฤษ – กรณีเป็นพนักงานบริษัท: (ระบุอาชีพ ตำแหน่ง/ เงินเดือน/ ระยะเวลาในการทำงาน)
    • กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว: (คัดหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือหนังสือรับรองทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์) + ประทับตราบริษัท
    • กรณีเป็นข้าราชการ: ออกหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่สังกัด (ระบุตำแหน่ง/ จำนวนปีที่เข้าทำงาน/ เงินเดือน)
    • กรณีที่ไม่ได้ประกอบอาชีพ: จำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงถึงที่มาของรายได้ในชีวิตประจำวัน
    • กรณีผู้ออกค่าใช้จ่ายแทนเป็นบุคคลอื่นๆ: ให้สปอนเซอร์ทำหนังสือ Sponsor Letter (แนะนำตัวบอกชื่อผู้ออกค่าใช้จ่าย/ ระบุงานที่ทำในปัจจุบัน/ มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกับผู้ขอวีซ่า/ ให้แจ้งรับรองว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบอะไรบ้างสำหรับการเดินทางของผู้ขอวีซ่าในครั้งนี้)
  15. หลักฐานทางการเงินของสปอนเซอร์
    • Bank Guarantee ย้อนหลัง 6 เดือน มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท
    • ขอเป็น Bank Statement ออกให้โดยธนาคาร แจ้งว่าใช้สำหรับไปยื่นวีซ่าประเทศแคนาดา
  16. เอกสารอื่นๆ ถ้ามี เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ/ ใบเปลี่ยนนามสกุล/ ทะเบียนสมรส/ ทะเบียนหย่า

 

ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดา

ที่ตั้งสำนักงาน

อาคารเดอะเทรนดี้ ชั้น 28

ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ

เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

 

การเดินทาง:

รถไฟฟ้า (BTS) ลงที่สถานีนานา ทางออก 3

 

ศุนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดา เปิดทำการเวลา 09.00 – 17.00

เวลายื่นคำขอ :09:00 – 17:00

เวลารับหนังสือเดินทางคืน: 10:00 – 17:00

ARTS & FILM SCHOOL

Lostboys Studios School

เปิดสอนหลักสูตร 3D, Visual Effects
เน้นการทำหนังภาพยนตร์ระดับ Hollywood
มีโอกาสได้ร่วมเข้าทำงานกับ Studio ชื่อดังใน Canada

Vancouver Film School (VFS)

ก่อตั้งเมื่อปี 1987
เปิดสอนทั้งหมด 13 หลักสูตร
Top International Animation Schools Award 2018

Lasalle College Vancouver

 top 10 ด้านการออกแบบวิดีโอเกมโดย the Princeton Review
เปิดสอนหลักสูตร Design, Media Arts, Fashion และ Culinary
 รับรองมาตรฐานโดย Education Quality Assurance (EQA)

Think Tank Training Centre 

ก่อตั้งเมื่อปี 2005
โดดเด่นด้าน Video Game Design, 3D Animation, Visual Effects
 2017 Rookies Awards: #1 Canada (VFX/Animation/Game Design)
SEE MORE LISTS

KELOWNA

  • Centre for Arts and Technology Kelowna (BC)

VANCOUVER

HIGH SCHOOL & COLLEGE

Vancouver School Board District # 39

 

The Greater Victoria School District # 61

 

VPC of Hotel Management

 เรียนด้านการโรงแรมพร้อมทำงานแบบได้รับค่าจ้าง
ผู้เรียนมีโอกาสร่วมทำงานกับโรงแรมชื่อดังชั้นนำทั่วโลก
ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AH&LA, PCTIA, EQA, NACC

 

PICA Culinary Arts

 ก่อตั้งเมื่อปี 1997
สอนโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ เน้นการฝึกปฏิบัติจริง
 ได้รับรางวัล Best Professional Culinary School in Vancouver 2018

 

SEE MORE LISTS

BURNABY

  • Burnaby Schools District 41

COQUITLAM

  • Coquitlam School District # 43


KELOWNA

  • Okanagan College

NOVA SCOTIA

  • Nova Scotia High School Canada


TORONTO

  • Embassy English Toronto


VANCOUVER

  • Arbutus College Vancouver
  • Lasalle College Vancouver
  • Pacific Institute of Culinary
  • Vancouver Premier College of Hotel Management
  • Vancouver School Board District # 39


VICTORIA

  • The Greater Victoria School District # 61

UNIVERSITY

University of British Columbia

 ก่อตั้งเมื่อปี 1908
 โดดเด่นทางด้านการวิจัย
 ติดอันดับ Top 40 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง

 

University of Victoria

ก่อตั้งเมื่อปี 1963
มีความโดดเด่นทางด้านงานวิจัย
 ติด 1 ใน 250 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดโดย THE ปี 2016

 

University of Ottawa

 มหาวิทยาลัยสองภาษา (อังกฤษ-ฝรั่งเศส) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
 มีภาควิชากฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา
 มีโปรแกรมการสอนกว่า 450 โปรแกรม

 

University of Toronto

 

SEE MORE LISTS

ALBERTA

  • University of Alberta

BURNABY

  • Simon Fraser University


MANITOBA

  • University of Manitoba

ONTARIO

  • Queen’s University Ontario
  • University of Ontario Institute of Technology
  • University of Western Ontario


OTTAWA

  • University of Ottawa

TORONTO

  • University of Toronto
  • York University Toronto


VANCOUVER

  • University of British Columbia
  • Vancouver Island University

VICTORIA

  • University of Victoria

UNITED STATES


ข้อมูลระบบการศึกษา

ระบบการศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา

ระดับอนุบาล: เริ่มเรียนตอนอายุ 3 ขวบ

 

ระดับประถมศึกษา: เริ่มเมื่ออายุ 6 ขวบ เรียน Grade 1-Grade 6

 

ระดับมัธยมศึกษา

เรียน Grade 7 และ Grade 8 หรือมัธยมศึกษาตอนต้น จะเรียกว่า Junior High School สำหรับ Grade 9-Grade 12 เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย Senior High School เมื่อจบ Grade 12 นักเรียนจะมีอายุ 18 ปี ในระดับนี้นักเรียนจะเรียนวิชาพื้นฐาน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และต้องเลือกเรียนภาษาต่างชาติ เช่น เยอรมัน สเปน หรือพลศึกษาด้วย

 

ระดับอุดมศึกษา

สถาบันระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกามีมากกว่า 3,000 แห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้

วิทยาลัย 2 ปี หรือวิทยาลัยชุมชน จะมี 2 หลักสูตร ได้แก่

Transfer Track เป็นหลักสูตรพื้นฐาน 2 ปีแรกของระดับปริญญาตรีซึ่งเป็นวิชาบังคับ จากนั้นโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อเข้าเรียนต่อในปีที่ 3-4

Terminal/Vocational Track เป็นหลักสูตรอนุปริญญาสายวิชาชีพ เมื่อเรียนจบ 2 ปีจะได้วุฒิ Associate Degree ในสาขาวิชาที่เลือก

 

วิทยาลัย (Collage)

เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี บางแห่งเปิดสอนปริญญาโทด้วย ซึ่งวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่ามหาวิทยาลัยทุกประการ

 

มหาวิทยาลัย (University)

เปิดสอนระดับปริญญาตรี โท และเอก

สถาบันเทคโนโลยี (Institute)

เปิดสอนระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมุ่งเน้นในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อมูลประเทศ USA

ข้อมูลทั่วไปประเทศสหรัฐอเมริกา (United States of America)

ประเทศสหรัฐอเมริกามีเนื้อที่รวมกันประมาณ 378,695 ตารางไมล์ มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 18 เท่า โดยมีประชากรประมาณ 300 ล้านคน

 

ภูมิประเทศ

สหรัฐอเมริกา มีความหลากหลายในเรื่องของภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ทะเลทราย ภูเขา ที่ราบสูง และที่ลุ่ม สหรัฐอเมริกามีผืนแผ่นดินใหญ่เพราะมีพื้นที่ของรัฐติดต่อกันถึง 48 รัฐ จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

 

ภูมิอากาศ

ประเทศสหรัฐอเมริกา

มีสภาพภูมิอากาศครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่อากาศร้อนแบบทะเลทราย 45 องศา จนถึงหิมะถล่ม หรือพายุทอร์นาโด

โดยมีทั้งหมด 4 ฤดู คือ

ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์

ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม

ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม

ฤดูใบใม้ร่วง เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

แถบตอนกลาง ของประเทศ จะมีความแตกต่างในด้านอากาศระหว่างฤดูร้อนและฤดูหนาวอย่างสิ้นเชิง

โดยจะมีอากาศหนาวสุดอยู่ใน เดือนมกราคม ส่วนร้อนสุดอยู่ใน เดือนกรกฎาคม

แถบตะวันออก อากาศในฤดูร้อนกับฤดูหนาวจะต่างกันอย่างชัดเจน แต่ไม่มากเท่ากับแถบตอนกลาง

แนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกและแถบตะวันตก อากาศในฤดูหนาวจะไม่เย็นจัดนัก แต่ในฤดูร้อนอากาศจะสูงเท่ากับแถบเส้นศูนย์สูตร

 

เวลา

มีการจัดแบ่งเวลาออกเป็น 4 โซน ดังนี้

  • Eastern Time Zone (EST) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง

ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีการปรับเลื่อนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เรียกว่า Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Boston, New York, Washington D.C., Miami, and Cleveland

  • Central Time Zone (CTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง

ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Chicago, New Orleans

  • Mountain Time Zone (MTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง

ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Denver, Phoenix.

  • Pacific Time Zone (PTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง

ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 16 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ San Francisco, Seattle, Hawaii

 

ภาษา ศาสนา ประชากร

ชาวอเมริกันทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาตามความเชื่อของแต่ละบุคคล หรือจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลยก็ได้

ซึ่งศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์มีประชากรนับถือมากที่สุด

 

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งรวมของประชากรที่มาจากหลากหลาย วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมคือ อินเดียนแดง หลังจากนั้นชาวอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดินทางอพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรขาวผิวขาวประมาณกว่า 75 % นอกจากนี้ยังมีชาวผิวดำที่ถูกนำมาจากทวีปแอฟริกาในฐานะทาส แต่เดิมคนดำจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันอาศัยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น Washington D.C., Chicago โดยเฉพาะ New York ส่วนชาว Hispanic หรือพวกเชื้อสายสเปนซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 % ยังมีชาวเอเชียหรือพวกเชื้อสายแถบหมู่เกาะแปซิฟิกประมาณ 4% รวมทั้งชนเชื้อสายญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ใน Hawaii

 

สกุลเงิน: ดอลลาร์สหรัฐ ($) (USD)

การยื่นวีซ่า USA

การขอวีซ่าประเทศสหรัฐอเมริกา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ใช้ระบบการกรอกข้อมูลขอยื่นวีซ่าแบบ Online เท่านั้น และมีขั้นตอนการจองคิวนัดเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ โดยจะจองผ่านระบบของทางเว็บไซต์ของสถานทูต

ผู้ประสงค์ที่จะยื่นขอวีซ่าสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์และนัดหมายวันยื่นวีซ่าได้ที่ : http://www.ustraveldocs.com/th_th/

 

เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศสหรัฐอเมริกา

  1. หนังสือเดินทาง (Passport) อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา และหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีทั้งหมด
  2. ใบสมัครขอวีซ่า DS 160 ที่ได้กรอกข้อมูลในระบบของสถานฑูตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  3. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 5 x 5 ซ.ม. พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีกรอบและ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน รูปใบหน้าขนาดใหญ่ เห็นหูทั้ง 2 ข้าง จำนวน 1 รูป
  4. สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. หลักฐานการศึกษา เช่น ใบแสดงผลการเรียน (Transcript), หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา
  6. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ในกรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล)
  7. เอกสาร I – 20 ฉบับจริงที่ออกให้โดยสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ
  8. เอกสาร I – 901 ซึ่งเป็นหลักฐานการชำระค่า SEVIS จำนวน 200 เหรียญสหรัฐ
  9. หลักฐานการเงินของผู้สนับสนุนทางการเงิน
  • จดหมายรับรองฐานะทางการเงินที่ออกโดยธนาคาร
  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • สมุดบัญชีตัวจริง (นำติดตัวไปด้วย ณ วันสัมภาษณ์)
  • หนังสือรับรองว่าจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน (Sponsor Letter)
  1. หนังสือรับรองการทำงานของผู้สนับสนุนทางการเงิน เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองบริษัท
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้สนับสนุนทางการเงิน

 

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ IEP

เพื่อประสงค์จะขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ที่เบอร์ : 02 640 1410 -1

หรืออีเมล์มาที่ : info@www.studyinter.com

HIGH SCHOOL & COLLEGE

Study High School USA

 

Burr and Burton Academy

ก่อตั้งเมื่อปี 1829
รับนักเรียนต่างชาติตั้งแต่เกรด 9 – 12
มีคอร์สเรียนให้เลือกกว่า 170 คอร์ส

 

UNIVERSITY

Academy of Art University

 

University of Washington

 

SEE MORE LISTS

ARIZONA

  • Northern Arizona University

CALIFORNIA

  • Academy of Art University
  • California State University San Marcos
  • National University California
  • University of La Verne California
  • University of San Diego California

FLORIDA

  • Lynn University, Boca Raton Florida
  • University Of South Florida
  • University of Tampa Florida

HAWAII

  • Hawaii Pacific University

ILLINOIS

  • DePaul University Chicago
  • Loyola University Chicago

NEW YORK

  • Long Island University Brooklyn NY

OHIO

  • University of Dayton Ohio

TEXAS

  • Lamar University Texas
  • University of Dallas Texas

 

VIRGINIA

  • George Mason University

WASHINGTON

  • University of Washington

AUSTRALIA


ข้อมูลระบบการศึกษา

ระดับอนุบาล

การศึกษาภาคไม่บังคับ เริ่มรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 3-5 ขวบ โดยเน้นการเตรียมความพร้อมให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา ทักษะ และสังคม

ระดับประถมศึกษา

การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษามักจัดชั้นตามอายุ โดยมีอาจารย์ประจำชั้นที่เป็นผู้สอนวิชาพื้นฐาน

ต่างๆ ทั้งหมด วิชาหลักๆ ในระดับนี้คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วรรณคดีอังกฤษ และวิชาทางศิลปะ

การวัดผลอาศัยการประเมินจากครูผู้สอนเป็นหลัก โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นโรงเรียน

แบบสหศึกษาแบบไปกลับ ส่วนโรงเรียนเอกชนมีทั้งแบบสหศึกษาและแยกหญิงชายทั้งแบบประจำและไปกลับ

 

ระดับมัธยมศึกษา

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ

มัธยมศึกษาตอนต้น (Year 7-10) เป็นการศึกษาภาคบังคับ จนถึง Year 10 โดยทั่วไปนักเรียนจะมีอายุ 15 ปี นักเรียนจะเรียนวิชาหลักๆ คือ วรรณคดีอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พละศึกษา โรงเรียน

ส่วนใหญ่เปิดสอนวิชาเลือกต่างๆ ให้นักเรียนเลือกเรียนตามความถนัด เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ ดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมศึกษา ธุรกิจ ซึ่งวิชาเหล่านี้อาจถูกกำหนดให้เป็นวิชาบังคับเพื่อเตรียมนักเรียนเข้าสู่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเรียนต่อสายอาชีพมัธยมศึกษาตอนปลาย (Year 11-12) นักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยมักเลือกเรียนต่อ Year 11-12 เพื่อเตรียมสอบประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา ในแต่ละรัฐจะมีประกาศนียบัตรภายใต้ระบบการศึกษาของรัฐนั้นๆ และเนื่องจากประเทศออสเตรเลียไม่มีระบบการสอบเอ็นทรานซ์ การเข้ามหาวิทยาลัยจึงกำหนดจากระดับคะแนนสะสมที่นักเรียนได้จากการเรียนใน 2 ปีสุดท้าย โดยพิจารณาจากคะแนน UAI : University Assessment ซึ่งเป็นระบบคิดคะแนนของทุกรัฐ

 

ระดับอุดมศึกษา

  • มหาวิทยาลัย

รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญในการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับประชากรเพียง 19 ล้านคน ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 39 แห่งทั่วประเทศ มีนักศึกษาที่เรียนเต็มเวลา ครึ่งเวลา และเรียนทางไกลอยู่ทั้งหมดกว่า 600,000 คน และมีนักศึกษาต่างชาติที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษากว่า 100,000 คนจากทั่วโลก มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียส่วนใหญ่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพทางการศึกษาและหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท โดยจัดตั้งวิทยาลัยของมหาวิทยาลัย และ/หรือร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถาบันการศึกษาเอกชน เพื่อความต่อเนื่องในการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

 

  • สถาบันเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องของรัฐบาล (Institute of Technical and Further Education)

หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า TAFE เป็นระบบการศึกษาที่เน้นการฝึกอบรมด้านวิชาชีพ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการฝึกทักษะปฏิบัติที่จำเป็นในวิชาชีพที่สำคัญๆ เช่น อุตสาหกรรม ก่อสร้าง รถยนต์ พาณิชย์ ช่างเทคนิคทุกประเภท งานบริการ การท่องเที่ยว การโรงแรม รวมทั้งศิลปะ โดยมีเป้าหมายในการป้อนบุคลากรที่มีทักษะ ความรู้ ความชำนาญ และความสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน การเรียนในสถาบัน TAFE จึงเน้นภาคปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีและมีการประสานความร่วมมือระหว่างสถาบัน TAFE และหน่วยงานภาครัฐบาลและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การฝึกฝนวิชาชีพต่างๆ สอดคล้องตามความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง

 

  • วิทยาลัยเอกชน

เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องและวิชาชีพ จัดตั้งอยู่ทั่วไปตามเมืองใหญ่ทุกเมือง โดยจัดหลักสูตรใกล้เคียงกับสถาบัน TAFE ของรัฐบาล แต่จะเน้นสาขาวิชาชีพด้านธุรกิจ และสาขาที่ตลาดแรงงานมีความต้องการมาก เช่น บัญชี การตลาด การจัดการ คอมพิวเตอร์ วิทยาการสารสนเทศ เลขานุการ การท่องเที่ยว การโรงแรม ออกแบบ เสริมสวย เป็นต้น

 

วิทยาลัยเอกชนที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติจะต้องจดทะเบียนและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลด้านมาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอนจากรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้วิทยาลัยเอกชนหลายแห่งยังจัดสอนหลักสูตรเชื่อมต่อการศึกษาในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่เรียนประกาศนียบัตรในวิทยาลัยเอกชนและต้องการศึกษาต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรี

 

  • สถาบันภาษา

หรือที่เรียกย่อๆ ว่าสถาบัน ELICOS ที่จดทะเบียนและได้รับการรับรองมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ บางแห่งเป็นวิทยาลัยเอกชน และบางแห่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐบาล เช่น มหาวิทยาลัย หรือสถาบัน TAFE

 

สถาบัน ELICOS ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐบาล มักเป็นสมาชิกสมาคมหรือองค์กรเพื่อการสอนภาษาอังกฤษ การเรียนการสอนจึงดำเนินตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ของสมาคมหรือองค์กรนั้นๆ

 

สถาบัน ELICOS เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษในทุกระดับและมีความหลากหลายตาม วัตถุประสงค์ โดยทั่วไปเปิดสอนหลักสูตรภาษาแบบเต็มเวลา โดยกำหนดเวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 2-48 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรทัศนศึกษาทั้งในรูปแบบเรียนเต็มเวลาและเรียนไม่เต็มเวลาตั้งแต่ 1-6 สัปดาห์

 

ภาษาอังกฤษที่เปิดสอนมีหลายระดับ ได้แก่

– Beginner

– Lower Intermediate

ข้อมูลประเทศ AUSTRALIA

ข้อมูลประเทศออสเตรเลีย (Australia)

ประเทศออสเตรเลีย มีเนื้อที่ 7,682,300 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 รองจากประเทศรัสเซีย แคนาดา จีน อเมริกา บราซิล โดยพื้นที่ 1 ใน 3 เป็นทะเลทราย ประชากรตั้งถิ่นฐานหนาแน่นอยู่แถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศรวมทั้งทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเขตที่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกมากกว่า

นอกจากนี้ออสเตรเลียยังมีอุทยานแห่งชาติมากกว่า 500 แห่ง และมีพื้นที่อนุรักษ์มากกว่า 2,700 แห่ง มีเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าไปจนถึงเขตอนุรักษ์ของชาวพื้นเมืองอะบอริจิ้น และเป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญๆ จนขึ้นชื่อเป็นของมรดกโลก UNESCO ทั้งหมดถึงสิบเจ็ดแห่งด้วยกัน เทียบได้ว่าซึ่งมากกว่าทุกประเทศในโลก แหล่งมรดกเช่น Great Barrier Reef อุทยานแห่งชาติ Kakadu National Park, หมู่เกาะ Lord Howe, ป่าแทสเมเนีย, เกาะเฟรเซอร์ และซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ เป็นต้น

 

ภูมิอากาศ

ภูมิอากาศของประเทศออสเตรเลียมีทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น เนื้อที่ส่วนใหญ่ของรัฐ Northern Territory, Queensland และบางส่วนของรัฐ Western Australia ตั้งอยู่ในเขตร้อนเหมือนประเทศไทย นอกนั้นอยู่ในเขตอบอุ่น มีอุณหภูมิเฉลี่ยแตกต่างกันในแต่ละรัฐ ระหว่าง 27 C ตอนเหนือสุด ถึง 13 C ตอนใต้สุด

 

ฤดูกาลประเทศออสเตรเลีย (Seasons)

  • ฤดูร้อน : ธันวาคม – กุมภาพันธ์
  • ฤดูใบไม้ร่วง : มีนาคม – พฤษภาคม
  • ฤดูหนาว : มิถุนายน – สิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ผลิ : กันยายน – พฤศจิกายน

 

เวลา

เวลาในประเทศออสเตรเลียเร็วกว่าประเทศไทย ประมาณ 1-3 ชั่วโมง

 

ระบบการปกครอง

ออสเตรเลีย มีการปกครองในระบบสหพันธรัฐ ประกอบด้วย 6 รัฐ คือ

  • New South Wales (NWS) เมืองหลวงคือ Sydney
  • Victoria (VIC) เมืองหลวงคือ Melbourne
  • Queensland (QLD) เมืองหลวงคือ Brisbane
  • Tasmania (TAS) เมืองหลวงคือ Hobart

เขตปกครองตนเอง 2 เขต คือ

  • Australian Capital Territory (ACT) เมืองหลวงคือ Canberra และเป็นเมืองหลวงของออสเตรเลีย
  • Northern Territory (NT) เมืองหลวงคือ Darwin

 

ภาษา ศาสนา ประชากร

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ให้อิสระในการนับถือศาสนา ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นชาวคริสเตียน และอีกจำนวนมากที่นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม ฮินดู และยิว โดยถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คนแต่ละศาสนาจะให้เกียรติและเคารพในประเพณี ปฏิบัติของกันและกัน

 

ออสเตรเลียมีประชากรประมาณ 19 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติกว่า 140 ประเทศ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โดย 1 ใน 10 ของประชากรเป็นผู้อพยพหรือเป็นลูกหลานของผู้อพยพซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศที่ ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ และประมาณ 1 ใน 20 มาจากประเทศแถบเอเชีย จึงถือได้ว่า ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่สังคมเป็นแบบสหวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

 

สกุลเงิน: ดอลลาร์ออสเตรเลีย ($) (AUD)

การยื่นวีซ่า AUSTRALIA

การขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย

  1. หนังสือเดินทางเล่มจริง (Passport) ที่มีอายุมากกว่าหลักสูตรที่สมัครเรียนม, พร้อมสำเนา 2 ชุด.
  2. แบบฟอร์มวีซ่านักเรียน 157A
  3. ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียนประมาณ 18,450 บาท (ตรวจสอบทุกเดือนได้ที่ VFS)
  4. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 รูป

(ฉากหลังเป็นสีขาวไม่สวมแว่น หมวก หรือมีวัสดุอื่นใดปกคลุมบริเวณศีรษะ ยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลด้านเชื้อชาติหรือศาสนา)

  1. ใบแสดงผลการเรียน (transcript), พร้อมสำเนา
  2. หนังสือรับรองการทำงาน, พร้อมสำเนา (ในกรณีที่ทำงานแล้ว)
  3. ใบประกาศนียบัตรในหลักสูตรเพิ่มเติม และสำเนาหลังจากที่จบการศึกษา เช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษหรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น.
  4. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน
  5. จดหมายยืนยันการลงทะเบียนเรียน (eCOE) จากสถาบันที่สมัครเรียน.
  6. หลักฐานการเงิน
  • หนังสือรับรองฐานะการเงินฉบับจริงที่ Bank Guarantee ทางธนาคารเป็นผู้ออกให้.
  • สมุดเงินฝากธนาคารเล่มจริง Bank Book, พร้อมสำเนา
  • สำเนาบัญชีเงินฝากประจำย้อนหลัง 6 เดือน หรือ Bank Statement

(พร้อมลายเซ็นของเจ้าของบัญชีรับรองสำเนาถูกต้อง)

*ถ้าหากใช้หลักฐานการเงินของบิดามารดา ให้เเนบเอกสารดังนี้มาด้วย

สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

หนังสือรับรองการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานที่บิดาและมารดาสังกัดอยู่ (ภาษาอังกฤษ)

กรณีเป็นเจ้าของบริษัท ให้คัดสำเนาจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนการค้าและสำเนาผู้ถือหุ้น (พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตราบริษัท)

 

**ถ้าหากใช้หลักฐานการเงินใน กรณีที่มิใช่บิดามารดา ให้เเนบเอกสารดังนี้มาด้วย

เอกสารรับรองว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน และระบุความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไรกับผู้สมัคร

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุนการเงิน บัตรประจำตัวข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

แนบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดาของผู้สมัคร (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

หนังสือรับรองการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานที่ผู้สนับสนุนสังกัดอยู่ (ภาษาอังกฤษ)

กรณีเป็นเจ้าของบริษัท ให้คัดสำเนาจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนการค้าและสำเนาผู้ถือหุ้น (พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตราบริษัท)

  1. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล, โฉนดที่ดิน, หรือหลักฐานอื่นๆที่จำเป็น.

หมายเหตุ : เอกสารทุกฉบับควรยื่นเป็นภาษาอังกฤษและเซ็นชื่อรับรองให้ถูกต้อง

 

 

HIGH SCHOOL & COLLEGE

High School Australia   

 

Illawarra Grammar School 

 

SEE MORE LISTS

ADELAIDE

  • Eynesbury College, Adelaide, SA
  • Imperial College of Trades, Adelaide, SA
  • Southern Cross Education Institute, Adelaide, SA

BRISBANE

  • Viva College, Brisbane, QLD

MANGERTON

  • Illawarra Grammar School

 MELBOURNE

  • Queens College
  • William Angliss Institute Australian, Melbonrne

PERTH

  • Perth Institute of Business and Technology, Mount Lawley, WA

SYDNEY

  • Australian College of Commerce & Information Technology
  • King’s Own Institute, Sydney, NSW (TESOL)
  • Queens College
  • SBTA and SELA, Sydney

UNIVERSITY

University of Sydney

 

University of Melbourne

 

SEE MORE LISTS

BRISBANE

  • Australian Catholic University
  • University of Queensland

MELBOURNE

  • Australian Catholic University
  • Monash University Melbourne
  • University of Melbourne

SYDNEY

  • Macquarie University Sydney
  • University of New South Wales
  • University of Sydney
  • Western Sydney University

NEW ZEALAND


ข้อมูลระบบการศึกษา

ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ แบ่งเป็น

ระดับมัธยมศึกษา

โรงเรียนมัธยมของนิวซีแลนด์เปิดสอนตั้งแต่ชั้นปีที่ 9-13 (อายุ 13-18 ปี) และมีโรงเรียนกว่า 400 แห่ง (ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมปลาย โรงเรียนมัธยมต้นและวิทยาลัยด้วย) เปิดสอนวิชาต่างๆ หลากหลาย โรงเรียนแต่ละแห่งสามารถจัดหลักสูตรการเรียนการสอนได้เองโดยยึดโครงสร้างหลักของกระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐ ได้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสหศึกษา มีเพียง 10 % ที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วนหรือชายล้วน มีโรงเรียนเอกชนนอกระบบรัฐเพียงไม่กี่แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งโดยองค์กรศาสนา และมีหลายแห่งที่เป็นโรงเรียนเก่าแก่ยึดธรรมเนียมการเรียนการสอนตามแบบดั้งเดิมของโรงเรียนที่สืบทอดกันมายาวนาน โรงเรียนเอกชนหลายแห่งหันมาเข้าสู่ระบบรัฐ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล และเป็นที่รู้จักในฐานะโรงเรียนกึ่งรัฐกึ่งเอกชน

โรงเรียนมัธยมศึกษา แบ่งเป็น 4 เทอม:

เทอม 1 กุมภาพันธ์ – เมษายน เทอม 2 เมษายน – มิถุนายน

เทอม 3 กรกฎาคม – กันยายน เทอม 4 ตุลาคม – ธันวาคม

ระดับเทคโนโลยีและหลักสูตรวิชาชีพ

สถาบันหลายแห่งในนิวซีแลนด์ใช้ระบบโพลีเทคนิค ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีที่ได้รับทุนจากรัฐบาลตั้งอยู่ในเขตเมืองใหญ่และเมืองตามภูมิภาค สถาบันเหล่านี้เปิดหลักสูตรการศึกษาและอบรมทั้งในสายวิชาการและอาชีวศึกษา เริ่มตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษาจนถึงระดับปริญญาบัตร

หลักสูตรของโพลีเทคนิคมีทั้งสายวิชาการและวิชาชีพครอบคลุมสาขาวิชาต่างๆ อาทิ เกษตรศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ การก่อสร้างและอาคารสถานที่ ธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ การประมงและการศึกษาทางทะเล วนศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การท่องเที่ยวและการต้อนรับ ในแต่ละสาขาวิชามีวิชาแยกย่อยอีกนับร้อยวิชา โดยมีจุดมุ่งหมายในการเตรียมความพร้อมนักศึกษาไปสู่ระบบงานหลังจบหลักสูตร

สถาบันโพลีเทคนิคและมหาวิทยาลัย มี 2 ภาคการศึกษา: เริ่มเรียนในเดือนกุมภาพันธ์ และกรกฎาคม บางสถาบันอาจแบ่งเป็นระบบ 3 เทอม ได้แก่ กุมภาพันธ์ มิถุนายน และกันยายน

ระดับอุดมศึกษา

การศึกษาในระดับอุดมศึกษาเปิดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน และมีการปิดภาคเรียนระหว่างนั้นหลายครั้ง บางสถาบันจัดแบ่งเป็นภาคการศึกษา บางหลักสูตรแบ่งปีละสองภาค (ภาคสองเริ่มเดือนกรกฏาคม) โดยมีมหาวิทยาลัย 8 แห่งเปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทุกมหาวิทยาลัยมีสาขาวิชาที่หลากหลายทั้งในด้าน พาณิชยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ นอกจากนี้แต่ละแห่งยังมีสาขาวิชาเฉพาะด้านเพิ่มเติมต่างกันไป

การศึกษาในระดับปริญญาโท/เอก:

นักศึกษาจะต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ TOEFL 600 หรือ IELTS 6.5 และต้องมีหัวข้อวิทยานิพนธ์และประสบการณ์ทำงาน

ปีการศึกษา:

สถาบันภาษาเปิดรับนักเรียนใหม่ตลอดทั้งปี

ข้อมูลประเทศ NEW ZEALAND

ข้อมูลทั่วไปประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)

นิวซีแลนด์ มีลักษณะประเทศเป็นหมู่เกาะตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่โดยรวม 268,105 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้ และมีเกาะเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง ภูมิประเทศประกอบด้วยชายหาดทอดยาว ทะเลสาบ และฟยอร์ด บางส่วนเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ มีบ่อน้ำร้อน บ่อโคลนเดือด ภูเขาไฟที่ดับแล้วและยังไม่ดับ มีเทือกเขาสูงที่มีหิมะปกคลุม ประเทศที่โดดเด่นไปด้วยแกะมากมาย และนกกีวี ที่เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในธรรมชาติและอยู่ในนิวซีแลนด์เท่านั้น.

เกาะเหนือ ประกอบด้วยเมืองที่น่ารู้จัก ได้แก่

  • Auckland เป็นเมืองใหญ่ที่สุด เป็นศูนย์กลางธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึงยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ.
  • Hamilton เป็นเมืองที่มีแม่น้ำไวกาโต้แม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไหลผ่าน.
  • Wellington เป็นเมืองหลวงของนิวซีแลนด์ และเป็นเมืองท่าระหว่างเกาะเหนือและเกาะใต้.
  • Rotorua เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโคลนเดือดปรากฏอยู่ทั่วไป.

เกาะใต้ ประกอบด้วยเมืองที่น่ารู้จัก ได้แก่

  • Christchurch เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ มีพื้นที่ราบ แม่น้ำไหลผ่าน และมีสวนสาธารณะมากมายสไตล์อังกฤษ

เป็นแหล่งการศึกษาที่สำคัญ มีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดตั้งอยู่ คือ มหาวิทยาลัยโอทาโก้

  • Queenstown เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก เมืองนี้มีทะเลสาบ มีภูเขาสูงเหมาะแก่การเล่นสกี

และกิจกรรมที่เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การโดดบันจี้จัมพ์ การเล่นลูจ การล่องเรือยางวิบาก นั่งเรือชมทิวทัศน์ของทะเลสาบ การกระโดดร่ม เป็นต้น

ภูมิอากาศ

ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล ได้แก่

  • ฤดูร้อน: ธันวาคม – กุมภาพันธ์
  • ฤดูใบไม้ร่วง: มีนาคม – พฤษภาคม
  • ฤดูหนาว: มิถุนายน – สิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ผลิ: กันยายน – พฤศจิกายน

เวลา

เวลาประเทศนิวซีแลนด์เร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง

ภาษา ศาสนา ประชากร

ประเทศนิวซีแลนด์มีประชากรประมาณ 3.9 ล้านคน ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากยุโรป เช่น อังกฤษ สก๊อตแลนด์ ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์

กลุ่มรองลงมาเป็นชาวเผ่าเมาลี อีกกลุ่มหนึ่งเป็นชาวโพลินีเซียนจากหมู่เกาะต่างๆ ที่เหลือจะเป็นผู้ที่มีความรู้ที่รัฐบาลสนับสนุนให้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานได้ โดยมากจะเป็นชาวเอเชียและโพลินีเซียน

สังคมชาวนิวซีแลนด์ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายภาษา ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

สกุลเงิน: ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ($) (NZD)

การยื่นวีซ่า NEW ZEALAND

เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าประเทศนิวซีแลนด์

  1. วีซ่าฟอร์ม INZ1012
  2. รูปถ่ายสีพื้นหลังสีขาว ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  3. หนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

หนังสือเดินทาง (Passport) เดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี)

  1. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากสถานศึกษา

(ระบุหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันเปิดเทอม และวันสุดท้ายของการเรียน)

  1. ใบเสร็จการชำระเงินค่าเล่าเรียนจากสถานศึกษา
  2. หลักฐานการศึกษา และ Transcript ล่าสุด / ใบประกาศนียบัตร อื่น (ถ้ามี)
  3. หลักฐานการทำงาน (กรณีทำงานแล้ว)
  4. สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. หลักฐานทางการเงิน
  • ขอ Bank Statement ออกให้โดยธนาคาร
  • ขอหนังสือรับรองฐานะการเงินฉบับจริง Bank Guarantee ทางธนาคารเป็นผู้ออกให้.
  • สมุดเงินฝากธนาคารเล่มจริง (Bank Book) และมียอดย้อนหลัง 6 เดือน.

(พร้อมลายเซ็นของเจ้าของบัญชีรับรองสำเนาถูกต้อง)

  • หรือ แบบฟอร์ม Sponsorship form for Temporary Entry INZ 1025
  • หรือ แบบฟอร์ม Financial Undertaking for a Student INZ 1014

* ถ้าหากใช้หลักฐานการเงินของบิดามารดา ให้เเนบเอกสารดังนี้มาด้วย

  • สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • หนังสือรับรองการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานที่บิดาและมารดาสังกัดอยู่ (ภาษาอังกฤษ)
  • กรณีเป็นเจ้าของบริษัท ให้คัดสำเนาจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนการค้าและสำเนาผู้ถือหุ้น

(พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตราบริษัท)

** ถ้าหากใช้หลักฐานการเงินใน กรณีที่มิใช่บิดามารดา ให้เเนบเอกสารดังนี้มาด้วย

  • เอกสารรับรองว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน และระบุความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไรกับผู้สมัคร

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สนับสนุนการเงิน บัตรประจำตัวข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดาของผู้สมัคร (พร้อมลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • หนังสือรับรองการทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานที่ผู้สนับสนุนสังกัดอยู่ (ภาษาอังกฤษ)
  • กรณีเป็นเจ้าของบริษัท ให้คัดสำเนาจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนการค้าและสำเนาผู้ถือหุ้น

(พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตราบริษัท)

  1. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ)
  2. เอกสารที่พักในประเทศนิวซีแลนด์ (โรงแรม, หอพัก, บ้านเช่า เป็นต้น)
  3. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล, โฉนดที่ดิน, หรือหลักฐานอื่นๆที่จำเป็น.

ศูนย์รับยื่นคำร้องวีซ่านิวซีแลนด์ : (TT VISA SERVICE CENTRE )

ที่อยู่: 140/41 (19D) ตึก ITF Tower ชั้น 19

HIGH SCHOOL & COLLEGE

CCEL College of English

เป็นตัวแทนจัดทำหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษให้กับ University of Canterbury
มีหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น English Course, Teacher Training
ได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์

UNIVERSITY

University of Auckland

 

SINGAPORE


 

ข้อมูลระบบการศึกษา

ระบบการศึกษาประเทศสิงคโปร์

แบ่งเป็นภาคการศึกษาพื้นฐาน 10 ปี

คือชั้นประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 4 ปี จากนั้น ต่อด้วยการเรียนในระดับสูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย

รัฐบาลสิงคโปร์เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพสูงสุด เนื่องจากทรัพยากรทางธรรมชาติต่างๆ มีอยู่อย่างจำกัด โดยการทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาระบบการศึกษา ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ใช้ระบบการศึกษาของอังกฤษ

ระบบการศึกษาที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้ความสามารถตามระดับวัยของนักเรียน ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากที่สุดระบบหนึ่งของโลก นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นต้นแบบของการเรียนรู้และการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในอันดับแรก ๆ ของโลกซึ่งเป็นผลพลอยได้ทำให้นักเรียนของสิงคโปรมีความรู้ทางด้านนี้มากขึ้น นักเรียนต่างชาติโดยรวมเมื่อจบการศึกษาจากสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือภาษาแม่ของตนเอง ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย อเมริกา หรือประเทศทางยุโรป ที่ได้เฉพาะภาษาอังกฤษ ทำให้มีโอกาสในการทำงานมากกว่า โดยเฉพาะความรู้ด้านภาษาจีนที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

ระดับอนุบาล

เด็กสิงคโปร์จะเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 – 6 ปีโรงเรียนส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยเอกชนการเรียนการสอนจะเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาซึ่งจะแบ่งการสอนออกเป็น 2 ช่วง คือ เช้า และบ่าย โดยแต่ละช่วงจะมีเวลาประมาณ 2.5 – 4 ชั่วโมง และเปิดสอนในวันจันทร์ – วันศุกร์ การรับสมัครนักเรียนใหม่จะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียนอย่างไรก็ตามควรสอบถามกำหนดการเปิดรับสมัครที่แน่นอนจากโรงเรียนนั้น ๆ

ระดับประถมศึกษา

นักเรียนสิงคโปร์จะเริ่มเข้าเรียนอย่างจริงจังในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 6 ปี

  • ลักษณะการเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 – 4 (four-year foundation stage)

จะเน้นการเรียนในวิชาภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน (แมนดาริน) หรือภาษาทมิฬ, คณิตศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ

เช่น ศิลปะ ดนตรี การฝีมือ สุขศึกษา พลศึกษา และกิจกรรมนอกหลักสูตรอื่น ๆ.

  • ลักษณะการเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6 (Two-year orientation stage)

เริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษและภาษาแม่ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการสอบของ ป.4 ว่านักเรียนจะได้สอบระดับไหน เช่น EM1 EM2 EM3.

ลักษณะการเรียนก็จะต่างกัน นอกจากนี้วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม ประชากร สังคมศึกษา สุขศึกษา เมื่อจบ ป.6 นักเรียนต้องสอบ Primary School Leaving Examination (PSLE) ซึ่งเป็นการสอบวัดระดับว่านักเรียนจะต้องเรียนในชั้นมัธยมเป็นระยะเวลา 4 ปี หรือ 5 ปี

ระดับมัธยมศึกษา

  • โรงเรียนมัธยมศึกษาในสิงคโปร์

มีทั้งโรงเรียนของรัฐบาลได้รับงบประมาณทั้งหมดจากรัฐบาลบางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนด้านการเงินส่วนใหญ่จากรัฐฯ แต่บริการโดยคณะกรรมการซึ่งเป็นเอกชน และโรงเรียนเอกชนระบบการศึกษาในชั้นมัธยมจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบคือ ระบบ 4 ปี และ ระบบ 5 ปี (ขึ้นอยู่กับผลการสอบ PSLE ของแต่ละคน) ระบบการเรียนแบบเร็วพิเศษ (Special and Express Courses) ใช้เวลาเรียน 4 ปี

  • มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 4

การเรียนการสอนจะเน้นการเตรียมตัวให้นักเรียนสอบ The Singapore-Cambridge General Certificate of Education “Ordinary” (GCE ‘O’) ในมัธยมศึกษาปีที่ 4

  • นักเรียนที่เรียนในระบบปกติ (Normal Course) คือ มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 5

แบ่งการเรียนการสอนเป็น Academic และ Technical ใช้เวลาเรียน 5 ปีเมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนจะต้องสอบ Singapore-Cambridge General Certificate of Education “Normal” (GCE ‘N’) สำหรับนักเรียนที่สอบได้คะแนนดีสามารถเรียนต่อ ม.5 เพื่อสอบ GCE ‘O’ ต่อไป

แต่สำหรับนักเรียนที่สอบได้คะแนน GCE ‘N’ ไม่ดี ก็สามารถเรียนต่อในทางด้านเทคนิค ITE.  หลังจากนักเรียนจบการศึกษาในระดับมัธยมนักเรียนสามารถที่จะเลือกเรียนในขั้นอุดมศึกษาต่อไป

ระดับอุดมศึกษา

  • เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (Junior College หรือ Pre University)

หลังจากผ่านการทดสอบ GCE ‘O’ Level นักเรียนสามารถเลือกเข้าเรียนใน Junior College หลักสูตร 2 ปี หรือ Pre-university (เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย) หลักสูตร 3 ปี เพื่อสอบ GCE ‘A’ เมื่อสอบผ่านจึงจะได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนสามารถเอา ผลการสอบ นี้ไปสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ทั่วโลกถ้านักเรียนสอบ GCE ‘A’ ไม่ผ่าน นักเรียนจะยังได้ GCE ‘O’ เหมือนเดิม แต่สามารถที่จะเรียน ต่อโปลีเทคนิคได้

  • โปลีเทคนิค (Polytechnics)

เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ โดยผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหลังจากจบการศึกษา หลักสูตรที่เปิดสอนมีให้เลือกมากมาย เช่น วิศวกรรม, ธุรกิจ, สื่อสารมวลชน, พยาบาล ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจของนักเรียน ใช้เวลาเรียน 3 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจบแล้วสามารถทำงานได้เลย

  • Institutes of Technical Education (ITE)

เป็นอีกหนึ่งระบบการศึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะทางด้านการปฏิบัติและวิชาการ เป็นโรงเรียนสารพัดช่างมีให้เลือกเรียนหลายสาขาวิชาช่าง สำหรับผู้ที่มีผลการเรียนในเกณฑ์ดีสามารถเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนโปลีเทคนิคได้ และสามารถต่อเนื่องเข้ามหาวิทยาลัย ได้เช่นกัน

  • มหาวิทยาลัย (University)

มหาวิทยาลัยของประเทศสิงคโปร์มีอยู่ 3 แห่ง คือ National University of Singapore (NUS), Nanyang Technological University (NTU) และ Singapore Management University (SMU) มหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานศึกษาในระดับนานานาชาติ.

  • National University of Singapore (NUS)

ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 มุ่งเน้นพัฒนาให้นักศึกษามีการวิจัยและค้นคิดประดิษฐ์กรรมใหม่ ๆ เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงว่ามีมาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอนในเกณฑ์ที่สูง โดยมีสาขาที่เปิดสอนดังนี้ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และคณะแพทย์ศาสตร์.

  • Nanyang Technological University (NTU)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 มุ่งเน้นทางด้านการวิจัยและพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม และยังได้รวมกับสถาบันการศึกษาแห่งชาติ National Institute of Education (NIE) ซึ่งเป็นสถาบันที่ผลิตครูของสิงคโปร์.

  • Singapore Management University (SMU)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเกี่ยวกับทางด้านธุรกิจและการจัดการ.

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเข้าเรียน

สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในประเทศสิงคโปร์ในหลักสูตร ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จูเนียร์คอลเลจ หรืออาชีวศึกษา จำเป็นต้องเสียค่าบำรุงการศึกษา (Donations) ให้กับกระทรงศึกษาธิการของสิงคโปร์ เป็นจำนวนเงิน S$1,000 ทุก ๆ 2 ปี

สำหรับเงินบริจาคนี้ไม่สามารถขอคืนได้ นอกจากนักเรียนจะได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลสิงคโปร์

การสอบเข้าเรียนนักเรียนจำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เป็นวิชาหลัก และอาจมีการทดสอบภาษาจีน ขึ้นอยู่กับโรงเรียนที่นักเรียนต้องการสอบเข้าการสอบ

ข้อมูลประเทศ SINGAPORE

ข้อมูลทั่วไปประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานในเรื่องความปลอดภัย สะอาด ประชากรมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูง ลักษณะของประเทศสิงคโปร์เป็นเกาะสาธรณรัฐ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย มีเนื้อที่ทั้งประเทศประมาณ 646 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่ 1 เกาะ และเกาะเล็ก ๆ อีก 63 เกาะ โดยมีความยาวจากทิศตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 42 กิโลเมตร และความกว้างจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ประมาณ 23 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศของสิงคโปร์เป็นแบบร้อนชื้นตลอดปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 23-33 องศาเซลเซียส มีแสงแดดตลอดปี และมีฝนตกบ้างช่วงสิ้นปี

เวลา

เวลาในประเทศสิงคโปร์เดินเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา ศาสนา ประชากร

ภาษาที่ใช้ในสิงคโปร์มีอยู่ 4 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามาเลย์ และทมิฬ

โดยมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ แต่ภาษาที่ใช้ในวงการธุรกิจ และการศึกษา คือ ภาษาอังกฤษ

ประชากรมีประมาณ 4.19 ล้านคน ประกอบด้วยชาวจีน (76.5%) ชาวมาเลย์ (13.8%) ชาวอินเดีย (8.1%) และอื่น ๆ (1.6%) ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ และฮินดู ทำให้เกิดความผสมผสานของศิลปะและวัฒนะธรรม

สกุลเงิน: ดอลลาร์สิงคโปร์ ($) (SGD)

1 ดอลลาร์ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้

ธนบัตร S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000 และ S$10,00

เหรียญ 1, 5, 10, 20 และ 50 เซนต์ รวมถึง S$ 1

การยื่นวีซ่า SINGAPORE

คนไทยที่ต้องการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ หากไม่เกิน 30 วัน จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นเรื่องขอทำ Visa

หากต้องการอยู่เกิน 30 วัน สามารถขอ Visa ได้ที่ :

สถานเอคอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย ตึกรัจนาการ ชั่น 9 เลขที่ 183 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120

เปิดทำการ : จันทร์-ศุกร์

เวลา : 08.30 – 12.00 น. และ 13.00-16.30 น.

เอกสารสำคัญในการยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียน(หรือบัตรนักเรียน) สำหรับผู้ที่ต้องการไป เรียนต่อสิงคโปร์

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง ที่ยังไม่หมดอายุ (passport)
  2. รูปถ่ายขนาดสี พื้นหลังขาว ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ
  3. ใบสูติบัตร ของนักเรียน(แปลภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว)
  4. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)(แปลภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว)
  5. ใบสำเร็จการศึกษาสูงสุด (เป็นภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว )
  6. ใบรับรองผลการเรียนล่าสุด Transcript (เป็นภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว
  7. ฟอร์มขอวีซ่า พร้อมลายเซ็นต์ของนักเรียน (Download ได้จาก www.ica.gov.sg)

หมายเหตุ: นักเรียนไทยอยู่ในกลุ่มที่ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงิน หรือ Statement ในการยื่นขอ Student Pass

แต่กองตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์จะให้วางเงินม้ดจำ ค่าประกัน หรือ Security deposit จำนวน $1,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 24,000 บาท เป็นการทดแทนเมื่อเรียนจบหลักสูตรและเดินทางกลับไทยแล้ว เงินมัดจำ ส่วนนี้จะได้รับคืน ภายใน 6-8 สัปดาห์.

*** การขอวีซ่านักเรียนจะใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานทูต

HIGH SCHOOL & COLLEGE

Dimensions International College

มี 3 วิทยาเขต เดินทางสะดวก
รับรองมาตรฐานโดย ASIC, CPE, Singapore Quality Class
ไหลักสูตรหลากหลาย ห้องเรียนทันสมัย

CHINA


 

ข้อมูลระบบการศึกษา

ระบบการเรียนประเทศจีน

ระบบการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 แขนง คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นอุดมศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายของประเทศจีนกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 9 ปี

การศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศจีน

ได้รวมถึงการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา

การศึกษาระดับอนุบาลใช้เวลาศึกษา 3 ปี ซึ่งเด็กจะเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ไปจนถึงเรียนจบระดับอนุบาลในอายุ 6 ขวบ หลังจากนั้นเด็กจะเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาเรื่อยไปจนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการจบระดับการศึกษาภาคบังคับ โดยในหนึ่งปีการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา หลังจากนั้นเด็กผู้ซึ่งมีความประสงค์จะศึกษาต่อ จะต้องสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจะเป็นการเข้าศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งในระดับอาชีวศึกษาจะเป็นการใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 2-4 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กที่จบการศึกษาไปมีความรู้ทางเทคนิค การผลิต และการดำเนินงาน

 

การศึกษาในขั้นอุดมศึกษา

มีการแบ่งย่อยเป็นอนุปริญญาซึ่งใช้ระยะเวลาเรียน 2-3 ปี ในระดับปริญญาตรี 4 ปี (5 ปีในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ในระดับปริญญาโท 2-3 ปี และ ในระดับปริญญาเอก 3 ปี

การศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศจีนมีความหลากหลายในแต่ละสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบมีวุฒิบัตรหรือแบบไม่มีวุฒิบัตร หรือการรวมรูปแบบการศึกษาของอนุปริญญา ปริญญาตรี และ ปริญญาโท เข้าไว้ด้วยกัน

การศึกษาผู้ใหญ่ของประเทศจีน

ส่วนการศึกษานอกระบบโรงเรียน เพิ่มเติมจากการศึกษาในระบบโรงเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาขั้นอุดมศึกษา การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นต้นได้รวมถึงการให้การศึกษาเบื้องต้นแก่ผู้ใช้แรงงานในชนบทห่างไกล การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นกลางได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพ อันได้แก่ ทีวี วิทยุ เสมียน ส่วนการศึกษาผู้ใหญ่ขั้นสูงได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงเพิ่มเติมจากวิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย

ข้อมูลประเทศ CHINA

ข้อมูลประเทศจีน (China)

สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือประเทศจีน ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งขนาดของพื้นที่และจำนวนประชากร ซึ่งประเทศจีนมีเนื้อที่ประมาณ 9,326,410 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1.3 พันล้านคน

ประกอบด้วยเทือกเขาสูงร้อยละ 30 ที่ราบสูงร้อยละ 27 เป็นแอ่งและทะเลทรายร้อยละ 17 เนินเขาร้อยละ 8 และที่ราบร้อยละ 13 โดยมีที่ราบที่เหมาะสำหรับทำกสิกรรมเพียงร้อยละ 11

มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 14 ประเทศได้แก่ ทิศเหนือ จรดรัสเซีย มองโกเลีย และเกาหลีเหนือ ทิศใต้ จรดเวียดนาม ลาว พม่า อินเดีย ภูฐานและเนปาล ทิศตะวันตก จรดปากีสถาน อัฟกานิสถาน เคอร์จิกิสถาน ทาจิกิสถาน และคาซัคสถาน

ภูมิอากาศ

ด้วยขนาดที่กว้างใหญ่ของประเทศ ทำให้มีสภาพภูมิอากาศของแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกันมาก ฤดูกาลแยกอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมมรสุม โดยแบ่งเป็น 4 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน (ราวเดือนมิถุนายน – สิงหาคม)
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ราวเดือนกันยายน – พฤศจิกายน)
  • ฤดูหนาว (ราวเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์)
  • ฤดูใบไม้ผลิ (ราวเดือนมีนาคม – พฤษภาคม)

เขตภาคกลางและตะวันออกเฉียงใต้ อากาศอบอุ่น ค่อนข้างอบอ้าว มีฝนตกชุก ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศแห้งแล้ง ภาคใต้ อากาศกึ่งเขตร้อน ฝนตกตลอดปี ฤดูร้อนยาวนาน อากาศร้อนอบอ้าว ฤดูหนาวสั้น อากาศเย็นสบาย ภาคตะวันออกเฉียงใต้มักเผชิญพายุใต้ฝุ่นในฤดูฝน ราวเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน

 

เวลา

เวลาในประเทศจีนเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ระบบการปกครอง

การเมืองและการแบ่งเขตการปกครองประเทศจีน

  • มีเขตการปกครอง 28 มณฑล (Provinces) เช่น มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong Sheng) มณฑลซานตง (Shandong Sheng) มณฑลเสฉวน (Sichuan Sheng) รวมทั้งไต้หวัน เป็นต้น
  • มี 5 เขตปกครองตนเอง (Autonomous regions) ได้แก่ มองโกเลียใน (Nei Menggu Zizhiqu) ซินเกียง (Xinjiang Weiwu’erzu Zizhiqu) ธิเบต (Xizhang Zizhiqu) กวางสี (Guangxi Zhuangzu Zizhiqu )และหนิงเซีย (Ningxia Huizu Zizhiqu)
  • มี 4 เทศบาลเมือง ( Municipalities) คือ มหานครปักกิ่ง (Beijing) มหานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มหานครเทียนสิน (Tianjin) และมหานครฉงชิ่ง (Chongqing)
  • มี 2 เขตปกครองพิเศษ (Special Administration regions) คือ ฮ่องกง และ มาเก๊า ตามหลักการหนึ่งประเทศสองระบบ

เขตปกครองระดับมณฑลและเขตปกครองตนเองทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลกลาง แต่เนื่องจากเขตปกครองตนเองนั้น ประชากรโดยส่วนมากเป็นชนกลุ่มน้อย จึงได้รับสิทธิในการบริหารงานภายในของตนโดยอยู่ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาลกลาง รวมทั้งการมีอิสระในการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาประจำกลุ่ม

ภาษา ศาสนา ประชากร

  • ภาษาที่ใช้

ตัวอักษรจีนในปัจจุบันแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ ตัวอักษรอย่างง่าย (Chinese simplify character / Jian Ti Zi) และตัวอักษรดั้งเดิม (Chinese traditional character / Fan Ti Zi) ตัวอักษรอย่างง่ายถูกใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนตัวอักษรดั้งเดิมยังถูกใช้ในไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า เซี่ยงไฮ้และในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเลรวมทั้งประเทศไทยในขณะด้วย

ในส่วนของภาษาพูด หลายคนคงสงสัยว่า ไปเรียนเมืองใดภาษาจึงได้มาตรฐานที่สุดด้วยความจริงที่ว่า เมืองจีนมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก และในแต่ละท้องถิ่นต่างมีภาษาหรือสำเนียงพูดเป็นของตนเอง ดังนั้นรัฐบาลกลางของจีน จึงได้กำหนดภาษาจีนกลาง (Putong Hua) ขึ้นมาเพื่อเป็นภาษากลางสำหรับสื่อสารกันทั่วประเทศ โดยทั่วไปคนทางภาคเหนือของจีนจะพูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจนกว่า คนที่อาศัย อยุ่ทางภาคใต้

ดังนั้นถ้าคุณต้องการสื่อสารกับคนทั้งประเทศจีนแล้วก็จำเป็นต้องรู้จักภาษาจีนกลางเพราะเป็นภาษาที่ กลางมาตรฐานและเป็นภาษาราชการที่คนจีนส่วนใหญ่สามารถเข้าใจได้

  • ประชากรในจีน

ประกอบด้วยชาวฮั่นถึง 91.9 % กระจายอยู่ในพื้นที่ทาง ตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ประเทศจีนยังมีชนกลุ่มน้อยถึง 55 ชนชาติโดย เช่น เผ่ามองโกล เผ่าเกาหลี เผ่าทิเบต เผ่าอูเกอ (ชนชาติที่อาศัยอยู่ในซินเกียง) รวมถึงเผ่าไต (อาศัยอยู่ในสิบสองปันนา) ซึ่งมี ประเพณีและวัฒนธรรมคล้ายคนไทย

สกุลเงิน: หยวน (¥) (CNY)

การยื่นวีซ่า CHINA

การยื่นขอวีซ่าสำหรับนักเรียน

วีซ่าเข้าประเทศจีนนั้น มี 4 แบบ คือ

  • แบบ Single คือ วีซ่าแบบครั้งเดียว เราจะสามารถเข้าไปเหยียบแผ่นดินเขาได้ครั้งเดียว
  • แบบ Double คือ เข้าได้ 2 ครั้ง
  • แบบ Mutiple/Half Year คือ เข้าออกกี่ครั้งก็ได้ ภายในเวลา 6 เดือน เริ่มนับตั้งแต่วันที่เราเข้าประเทศจีนครั้งแรก
  • แบบ Mutiple/One Year คือ เข้ากี่ครั้งก็ได้ภายในเวลา 1 ปี

เอกสารที่ใช้สำหรับยื่นขอวีซ่า

  1. กรอกใบคำร้องขอวีซ่า
  2. รูปถ่ายสี (พื้นหลังสีขาว) หน้าตรง 1 นิ้ว 1 ใบ
  3. ตัวจริงใบตอบรับเข้าเรียนจากทางโรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัย และสำเนา
  4. หนังสือเดินทางตัวจริง ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือนขึ้นไป
  5. หลักฐานการเงิน
  6. หลักฐานการทำงาน (กรณีทำงานแล้ว)
  7. หลักฐานการเรียนที่จบมาเทอมล่าหรือผลการเรียนล่าสุด ถ้ากำลังศึกษาอยู่
  8. หลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติ่มถ้ามี เช่น ใบเปลี่ยน-ชื่อสกุล เป็นต้น

การยื่นขอวีซ่ามีระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า แบ่งเป็น 3 ระยะตามนี้

1 วัน คือ ยื่นเอกสารตอนเช้าและรอรับคืนตอนบ่ายได้เลย

2-3วัน คือ มารับภายใน 2-3 วัน

4 วัน คือ ระยะที่รับตามปกติ แบบนี้จะราคาถูกที่สุด จะว่าไปแล้ว 2-3 วัน กับ 4 วัน ก็ต่างกันแค่วันเดียวเอง ถ้าไม่รีบก็ทำแบบระยะเวลาปกติดีกว่า

ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศจีน

ที่ตั้งสำนักงาน

อาคารธนภูมิ 1550 ถนน เพชรบุรีตัดใหม่ แขวง มักกะสัน เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

เวลาทำการ :09:00 – 15:00

UNIVERSITY

Qingdao University

  มีทั้งหมด 25 วิทยาลัย
 หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน
 1 ใน 50 ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านหลักสูตรแพทยศาสตร์