Merlion Singapore

ข้อมูลทั่วไปประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานในเรื่องความปลอดภัย สะอาด ประชากรมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูง ลักษณะของประเทศสิงคโปร์เป็นเกาะสาธรณรัฐ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย มีเนื้อที่ทั้งประเทศประมาณ 646 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่ 1 เกาะ และเกาะเล็ก ๆ อีก 63 เกาะ โดยมีความยาวจากทิศตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 42 กิโลเมตร และความกว้างจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ประมาณ 23 กิโลเมตร. 

สภาพภูมิอากาศของสิงคโปร์
เป็นแบบร้อนชื้นตลอดปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 23-33 องศาเซลเซียส มีแสงแดดตลอดปี และมีฝนตกบ้างช่วงสิ้นปี.

ประชากร
มีประมาณ 4.19 ล้านคน ประกอบด้วยชาวจีน (76.5%) ชาวมาเลย์ (13.8%) ชาวอินเดีย (8.1%) และอื่น ๆ (1.6%) ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ และฮินดู ทำให้เกิดความผสมผสานของศิลปะและวัฒนะธรรม.

ภาษาที่ใช้ในสิงคโปร์
มีอยู่ 4 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษามาเลย์ และทมิฬ
โดยมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ แต่ภาษาที่ใช้ในวงการธุรกิจ และการศึกษา คือ ภาษาอังกฤษ.

ค่าครองชีพ
โดยเฉลี่ยสำหรับนักเรียนต่างชาติจะอยู่ที่ประมาณ S$ 750 – S$2,000 ต่อเดือน ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้จะรวมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องเขียน เสื้อผ้า ฯลฯ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยการใช้จ่ายของแต่ละบุคคล.

สิงคโปร์ใช้หน่วยเงินตราเป็น สิงคโปร์ดอลลาร์ (Singapore Dollars)
โดย 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยแบ่งค่าเงินต่าง ๆ ออกเป็นดังนี้
ธนบัตร S$2, S$5, S$10, S$20, S$50, S$100, S$500, S$1,000 และ S$10,00
เหรียญ 1, 5, 10, 20 และ 50 เซนต์ รวมถึง S$ 1

ธนาคารของสิงคโปร์จะเปิดให้ บริการในวันจันทร์ – วันศุกร์
ตั้งแต่เวลา 10.00 – 15.00 น และในวันเสาร์เวลา 09.30 – 13.00 น.
(ธนาคารบางแห่งอาจขยายเวลาในบริการไปจนถึงเวลา 15.00 น.)

สิงคโปร์
มีอุณหภูมิแบบร้อนชื้นตลอดทั้งปี ดังนั้นควรเตรียมเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติและสวมใส่สบาย
สำหรับการแต่งกายของนักเรียนในระดับประถมจนถึงมัธยมศึกษาจะต้องสวมชุดยูนิฟอร์มของแต่ละโรงเรียน
ในระดับอุดมศึกษา ทางสถาบันส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดเรื่องการแต่งกายคือ นักศึกษาต้องแต่งกายสุภาพ เช่น ข้ามใส่กางเกงขาสั้น หรือสวมร้องเท้าแตะเข้าในห้องเรียน.
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีกฎหมายห้ามการกระทำต่าง ๆ มากมาย
โทษร้ายแรงที่สุด คือ การประหารชีวิต หรือโทษจำคุกระยะยาว เช่น การมียาเสพติด และอาวุธไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อห้ามอื่น ๆ ที่มีโทษปรับค่อนข้างสูง เช่น ห้ามบ้วนน้ำลาย ห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ห้ามสูบบุหรี่ ในที่สาธารณะ หรือ ห้ามข้ามถนนนอกทางม้าลาย ท่านสามารถตรวจสอบข้อห้ามต่าง ๆ ได้จากสัญลักษณ์ที่จะมีชี้แจงทั่วไปตามที่สาธารณะ.
ระบบการศึกษาประเทศสิงคโปร์
แบ่งเป็นภาคการศึกษาพื้นฐาน 10 ปี
คือชั้นประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 4 ปี จากนั้น ต่อด้วยการเรียนในระดับสูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย

รัฐบาลสิงคโปร์เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพสูงสุด เนื่องจากทรัพยากรทางธรรมชาติต่างๆ มีอยู่อย่างจำกัด.
โดยการทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาระบบการศึกษา ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ใช้ระบบการศึกษาของอังกฤษ.

ะบบการศึกษาที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้
ความสามารถตามระดับวัยของนักเรียน ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากที่สุดระบบหนึ่งของโลก นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นต้นแบบของการเรียนรู้และการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในอันดับแรก ๆ ของโลกซึ่งเป็นผลพลอยได้ทำให้นักเรียนของสิงคโปรมีความรู้ทางด้านนี้มากขึ้น นักเรียนต่างชาติโดยรวมเมื่อจบการศึกษาจากสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือภาษาแม่ของตนเอง ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย อเมริกา หรือประเทศทางยุโรป ที่ได้เฉพาะภาษาอังกฤษ ทำให้มีโอกาสในการทำงานมากกว่า โดยเฉพาะความรู้ด้านภาษาจีนที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต.

เด็กสิงคโปร์จะเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 – 6 ปีโรงเรียนส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยเอกชนการเรียนการสอนจะเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาซึ่งจะแบ่งการสอนออกเป็น 2 ช่วง คือ เช้า และบ่าย โดยแต่ละช่วงจะมีเวลาประมาณ 2.5 – 4 ชั่วโมง และเปิดสอนในวันจันทร์ – วันศุกร์ การรับสมัครนักเรียนใหม่จะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียนอย่างไรก็ตามควรสอบถามกำหนดการเปิดรับสมัครที่แน่นอนจากโรงเรียนนั้น ๆ
นักเรียนสิงคโปร์จะเริ่มเข้าเรียนอย่างจริงจังในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 6 ปี

ลักษณะการเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 – 4 (four-year foundation stage)
จะเน้นการเรียนในวิชาภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน (แมนดาริน) หรือภาษาทมิฬ, คณิตศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ
เช่น ศิลปะ ดนตรี การฝีมือ สุขศึกษา พลศึกษา และกิจกรรมนอกหลักสูตรอื่น ๆ.

ลักษณะการเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6 (Two-year orientation stage)
เริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษและภาษาแม่ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการสอบของ ป.4 ว่านักเรียนจะได้สอบระดับไหน เช่น EM1 EM2 EM3.
ลักษณะการเรียนก็จะต่างกัน นอกจากนี้วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศีลธรรม ประชากร สังคมศึกษา สุขศึกษา เมื่อจบ ป.6 นักเรียนต้องสอบ Primary School Leaving Examination (PSLE) ซึ่งเป็นการสอบวัดระดับว่านักเรียนจะต้องเรียนในชั้นมัธยมเป็นระยะเวลา 4 ปี หรือ 5 ปี.

โรงเรียนมัธยมศึกษาในสิงคโปร์
มีทั้งโรงเรียนของรัฐบาลได้รับงบประมาณทั้งหมดจากรัฐบาลบางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนด้านการเงินส่วนใหญ่จากรัฐฯ แต่บริการโดยคณะกรรมการซึ่งเป็นเอกชน และโรงเรียนเอกชนระบบการศึกษาในชั้นมัธยมจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบคือ ระบบ 4 ปี และ ระบบ 5 ปี (ขึ้นอยู่กับผลการสอบ PSLE ของแต่ละคน) ระบบการเรียนแบบเร็วพิเศษ (Special and Express Courses) ใช้เวลาเรียน 4 ปี.

มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 4
การเรียนการสอนจะเน้นการเตรียมตัวให้นักเรียนสอบ The Singapore-Cambridge General Certificate of Education “Ordinary” (GCE ‘O’) ในมัธยมศึกษาปีที่ 4.

นักเรียนที่เรียนในระบบปกติ (Normal Course) คือ มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 5
แบ่งการเรียนการสอนเป็น Academic และ Technical ใช้เวลาเรียน 5 ปีเมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนจะต้องสอบ Singapore-Cambridge General Certificate of Education “Normal” (GCE ‘N’) สำหรับนักเรียนที่สอบได้คะแนนดีสามารถเรียนต่อ ม.5 เพื่อสอบ GCE ‘O’ ต่อไป
แต่สำหรับนักเรียนที่สอบได้คะแนน GCE ‘N’ ไม่ดี ก็สามารถเรียนต่อในทางด้านเทคนิค ITE.  หลังจากนักเรียนจบการศึกษาในระดับมัธยมนักเรียนสามารถที่จะเลือกเรียนในขั้นอุดมศึกษาต่อไป.

  • เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (Junior College หรือ Pre University)
    หลังจากผ่านการทดสอบ GCE ‘O’ Level นักเรียนสามารถเลือกเข้าเรียนใน Junior College หลักสูตร 2 ปี หรือ Pre-university (เตรียมเข้ามหาวิทยาลัย) หลักสูตร 3 ปี เพื่อสอบ GCE ‘A’ เมื่อสอบผ่านจึงจะได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนสามารถเอา ผลการสอบ นี้ไปสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ทั่วโลกถ้านักเรียนสอบ GCE ‘A’ ไม่ผ่าน นักเรียนจะยังได้ GCE ‘O’ เหมือนเดิม แต่สามารถที่จะเรียน ต่อโปลีเทคนิคได้
  • โปลีเทคนิค (Polytechnics)
    เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ โดยผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพหลังจากจบการศึกษา หลักสูตรที่เปิดสอนมีให้เลือกมากมาย เช่น วิศวกรรม, ธุรกิจ, สื่อสารมวลชน, พยาบาล ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจของนักเรียน ใช้เวลาเรียน 3 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจบแล้วสามารถทำงานได้เลย.
  • Institutes of Technical Education (ITE)
    เป็นอีกหนึ่งระบบการศึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะทางด้านการปฏิบัติและวิชาการ เป็นโรงเรียนสารพัดช่างมีให้เลือกเรียนหลายสาขาวิชาช่าง สำหรับผู้ที่มีผลการเรียนในเกณฑ์ดีสามารถเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนโปลีเทคนิคได้ และสามารถต่อเนื่องเข้ามหาวิทยาลัย ได้เช่นกัน.
  • มหาวิทยาลัย (University)
    มหาวิทยาลัยของประเทศสิงคโปร์มีอยู่ 3 แห่ง คือ National University of Singapore (NUS), Nanyang Technological University (NTU) และ Singapore Management University (SMU) มหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานศึกษาในระดับนานานาชาติ.
  • National University of Singapore (NUS)
    ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 มุ่งเน้นพัฒนาให้นักศึกษามีการวิจัยและค้นคิดประดิษฐ์กรรมใหม่ ๆ เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงว่ามีมาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอนในเกณฑ์ที่สูง โดยมีสาขาที่เปิดสอนดังนี้ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และคณะแพทย์ศาสตร์.
  • Nanyang Technological University (NTU)
    ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 มุ่งเน้นทางด้านการวิจัยและพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม และยังได้รวมกับสถาบันการศึกษาแห่งชาติ National Institute of Education (NIE) ซึ่งเป็นสถาบันที่ผลิตครูของสิงคโปร์.
  • Singapore Management University (SMU)
    ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเกี่ยวกับทางด้านธุรกิจและการจัดการ.

หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเข้าเรียน
สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในประเทศสิงคโปร์ในหลักสูตร ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จูเนียร์คอลเลจ หรืออาชีวศึกษา จำเป็นต้องเสียค่าบำรุงการศึกษา (Donations) ให้กับกระทรงศึกษาธิการของสิงคโปร์ เป็นจำนวนเงิน S$1,000 ทุก ๆ 2 ปี
สำหรับเงินบริจาคนี้ไม่สามารถขอคืนได้ นอกจากนักเรียนจะได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลสิงคโปร์

การสอบเข้าเรียนนักเรียนจำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เป็นวิชาหลัก และอาจมีการทดสอบภาษาจีน ขึ้นอยู่กับโรงเรียนที่นักเรียนต้องการสอบเข้าการสอบ.

คนไทยที่ต้องการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ หากไม่เกิน 30 วัน จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องยื่นเรื่องขอทำ Visa
หากต้องการอยู่เกิน 30 วัน สามารถขอ Visa ได้ที่ :
สถานเอคอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย ตึกรัจนาการ ชั่น 9 เลขที่ 183 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120

เปิดทำการ : จันทร์-ศุกร์
เวลา : 08.30 – 12.00 น. และ 13.00-16.30 น.
โทร. 02 2862111, 02 2861434
E-mail singemb@pacific.net.th

เอกสารสำคัญในการยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียน(หรือบัตรนักเรียน) สำหรับผู้ที่ต้องการไป เรียนต่อสิงคโปร์

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง ที่ยังไม่หมดอายุ (passport)
  2. รูปถ่ายขนาดสี พื้นหลังขาว ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ
  3. ใบสูติบัตร ของนักเรียน(แปลภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว)
  4. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)(แปลภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว)
  5. ใบสำเร็จการศึกษาสูงสุด (เป็นภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว )
  6. ใบรับรองผลการเรียนล่าสุด Transcript (เป็นภาษาอังกฤษที่ประทับตรารับรองแล้ว
  7. ฟอร์มขอวีซ่า พร้อมลายเซ็นต์ของนักเรียน (Download ได้จาก www.ica.gov.sg)

หมายเหตุ: นักเรียนไทยอยู่ในกลุ่มที่ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงิน หรือ Statement ในการยื่นขอ Student Pass
แต่กองตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์จะให้วางเงินม้ดจำ ค่าประกัน หรือ Security deposit จำนวน $1,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 24,000 บาท เป็นการทดแทนเมื่อเรียนจบหลักสูตรและเดินทางกลับไทยแล้ว เงินมัดจำ ส่วนนี้จะได้รับคืน ภายใน 6-8 สัปดาห์.

*** การขอวีซ่านักเรียนจะใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานทูต

เรื่องน่ารู้ประเทศสิงคโปร์ :