Vancouver City

ข้อมูลทั่วไปประเทศแคนาดา (Canada)

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีความสวยงามผสมผสานความเป็นเมืองและที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แคนาดาเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ จึงมีความหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็มีแนวป่าเขียวขจีในแถบชายฝั่งตะวันตก แคนาดามี 4 ฤดูกาลด้วยกัน คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว.

ประเทศแคนาดา มีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ ซึ่งมีขนาดถึง 9,970,610 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 30 ล้านคน ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ ยูเครน อิตาลี แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และอินเดีย ส่วนกลุ่มผู้อพยพรุ่นใหม่ๆ จะมาจากเอเชีย , สังคมของชาวแคนาดาจึงเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสาน และประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ที่มณฑลควิเบค (Quebec) จะใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสาร ดังนั้นแคนาดาจึงเป็นประเทศที่มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส. 

ประเทศแคนาดาแบ่งพื้นที่เป็น 10 พื้นที่
ประกอบด้วย 7 มณฑล และมี 2 เขตดินแดน
ซึ่งแต่ละมณฑล จะมีเมืองหลวงดังต่อไปนี้

  • มณฑลบริติชโคลัมเบีย (วิคตอเรีย) – British Columbia (Victoria)
  • มณฑลนิวบรันสวิค (เฟร็ดเดอริคตัน) – New Brunswick (Frederticton)
  • มณฑลอัลเบอร์ต้า (เอ็ดมันตัน) – Alberta (Edmonton)
  • มณฑลพริ้นซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอส์แลนด์ (ชาร์ล็อตทาวน์) – Price Edward Island) – Charlottetown)
  • มณฑลซาสแกสชวาน (รีไจน่า) – Saskatchewan (Regina)
  • มณฑลโนวาสโกเทีย (ฮาลิแฟกซ์) – Nova Scotia (Halifax)
  • มณฑลมานิโทบา (วินนิเปก) – Manitoba (Winnipeg)
  • มณฑลนิวฟาวแลนด์ (เซนจอห์น) – Newfoundland (St John’s)
  • มณฑลออนตาริโอ (โตรอนโต) – Ontario (Toronto)
  • มณฑลควิเบก (ควิเบกซิตี้) – Quebec (Quebec City)

ภาคตะวันตก ประกอบด้วยเมือง

  • บริติชโคลัมเบีย
  • อัลเบอร์ตา
  • ซัสคาเชวาน
  • มานิโตบา

ภาคกลาง

  • ออนตาริโอ
  • ควิเบค

ภาคตะวันออก ประกอบด้วยเมือง

  • นิวฟาวแลนด์
  • พรินซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอร์แลนด์
  • โนวาสโกเทีย
  • นิวบรันสวิก

เขตปกครองพิเศษ และ 1 มณฑลใหม่ ประกอบด้วยเมือง

  • นอร์ธเวสต์
  • ยูคอน
  • มณฑลนูนาวูท (แยกมาจาก นอร์ธเวสต์)
แคนาดาเป็นประเทศมีความอุดมสมบูรณ์
ภาคตะวันตกเป็นพื้นที่เพาะปลูก มีอุตสาหกรรมทางการเกษตรที่สมบูรณ์ ทำเหมืองแร่ ทำประมง ทำฟาร์ม และโรงเลื่อย ภาคกลางเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง อุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และการบริการ ภาคตะวันออกแถบมหาสมุทรแอตแลนติก มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาหาร
ระบบการศึกษาในแคนาดา แบ่งเป็น

ระดับประถมศึกษา
เริ่มจากระดับอนุบาล แต่สำหรับชั้นประถมศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละมณฑล ดังนี้
1. ประถม 1 – 8 ได้แก่ มณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา
2. ประถม 1 – 7 ได้แก่ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน
3. ประถม 1 – 6 ได้แก่ ทุกๆมลฑลนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว

ระดับมัธยมศึกษา
ตามปรกติจะเรียน 12 ปี แล้วต่อระดับปริญญาตรี 4 ปี
– ยกเว้นมณฑลควิเบค และมณฑลออนตาริโอ ที่จะเรียนมัธยม 13 ปี แล้วต่อระดับปริญญาตรี 3 ปี

โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นสหศึกษา ส่วนโรงเรียนเอกชนมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน
สหศึกษาบางแห่ง เป็นโรงเรียนประจำ ระบบการศึกษาในมณฑลควิเบคจะคล้ายกับระบบของประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า ซีเจ็ฟ โดยรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 11 เข้าเรียนวิชาชีพ 2 ปี.

ระดับมหาวิทยาลัย
นักศึกษาสามารถเลือกสอบเข้าได้ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา
แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ ในระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 3-5 ปี แตกต่างกันในแต่ละมณฑล บางหลักสูตร เช่น บัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม จะจัดให้มีการฝึกงานด้วย.

หลักสูตรปริญญาโท
ใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course Work ฟังบรรยาย และเขียนรายงาน หรือเลือกเรียนแบบทำ Project คือทำวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination) .

ปริญญาเอกเรียน
ใช้เวลาเรียนประมาณ 3-5 ปี เป็น Course Work 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้าวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์.

การเรียนแบบกึ่งวิชาชีพ
เป็น Community College หรือ Career College ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี
เน้นผลิตนักศึกษาออกสู่ตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรจึงปรับปรุงตลอดเวลาตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติ และตามกระแสตลาดแรงงาน.

การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติการ
Co-op Education เป็นสถานศึกษาที่ร่วมมือกับภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยฝึกงาน 2 ภาคเรียนก่อนที่จะจบการศึกษา รวมทั้งได้รับค่าจ้างด้วย.

ประเทศแคนาดากับโรงเรียนสอนภาษา
มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ เรียกว่า English as a Second Language (ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศส เรียกว่า French as a Second Language (FSL) กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ, แคนาดาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผู้คนจากทั่วโลกสนใจมาเรียนภาษาที่นี้ นอกจากเป็นประเทศที่สวยงามและยังมีความปลอดภัย ยังมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัย สถาบันวิชาชีพที่มีคุณภาพเปิดสอนและรองรับนักเรียนจากทั่วโลก.

สนใจเรียนต่อแคนาดา

เรียนต่อประเทสแคนาดา

ในการสมัครเรียนระดับมัธยมศึกษา : เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป, สามารถใช้ผลการเรียนตั้งแต่มัธยมที่ 1 – 3 และสงใบสมัครไปยังโรงเรียนที่ต้องการเข้าเรียนต่อ (ทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับโรงเรียนและในแต่ละมลฑลว่ารองรับนักเรียนต่างชาติได้หรือไม่) 
ในการสมัครเรียนระดับปริญญาตรี : สถาบันของรัฐบาลทุกแห่งจำกัดจำนวนนักศึกษาต่างชาติไว้ที่ 5% ของจำนวนนักศึกษาทั้งสถาบัน นักศึกษาสามารถเข้าเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัย (Collage) ก่อน และใช้เวลาเรียน 2 ปี แล้วโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และเรียนต่ออีก 2 ปี, นักศึกษาจะได้ใบปริญญาตรี (ระบบนี้จะเข้าง่ายและจบง่ายกว่าการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยโดยตรง).

ในการสมัครเรียนระดับปริญญาโท : จะต้องมีผล TOEFL 550 หรือ 600 หรือลงเรียนภาษากับมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยตรงเท่านั้น.

ปีการศึกษาที่แคนาดา
แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ

  • ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เรียนเดือนกันยายน – ธันวาคม
  • ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เรียนเดือนมกราคม – เมษายน
  • และบางสถาบันอาจจะเปิดภาคฤดูร้อน (Summer) ในเดือน พฤษภาคม – สิงหาคมด้วย
นักเรียนที่ประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศแคนาดา มากกว่า 6 เดือน จะต้องผ่านการตรวจสุขภาพ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจะออกแบบฟอร์ม สำหรับการตรวจสุขภาพให้ ก็ต่อเมื่อคำร้องของนักเรียนได้ผ่านการพิจารณาแล้ว.

นักเรียนที่มีอายุ น้อยกว่า 18 ปี ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้:

  1. หนังสือลงนามประทับตรา (Notarized Public) จากบิดามารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ให้นักเรียนอยู่ในความดูแลของผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแคนาดา โดยระบุชื่อของผู้ดูแลนักเรียน ซึ่งจะทำหน้าที่แทนผู้ปกครองในยามฉุกเฉิน เช่น กรณีเจ็บป่วยและต้องการด้านการรักษาพยาบาลเร่งด่วนหรือต้องการให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ.
    *ใบยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ และ Custodianship พร้อมให้ทนายประทับตรงรับรอง.
  2. หนังสือลงนามประทับตรา (Notarized Public) จากผู้ดูแลนักเรียนในประเทศแคนาดา ระบุความพร้อมที่จะรับผิดชอบในการดูแลนักเรียนแทนบิดามารดา หรือผู้ปกครอง.
    *ออกหนังสือตัวจริง ออกโดยเจ้าหน้าที่โรงเรียนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อ.

สำหรับการขอวีซ่าประเทศแคนาดา

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าจะต้องยื่นพร้อมคำร้องขอวีซ่า เพื่อเจ้าหน้าที่จะสามารถเริ่มดำเนินการพิจารณาคำร้องของท่าน ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธวีซ่า หรือต้องการถอนคำร้อง ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียม.
  • การจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเภท จะต้องจ่ายเป็นเงินบาท หรือเงินเหรียญแคนาดา หรือเงินเหรียญสหรัฐ สถานทูตจะรับเฉพาะแบงค์ดราฟท์หรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่ายในนาม “สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา” เท่านั้น สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาไม่รับเงินสด ในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าทุกประเภท.
  • เจ้าหน้าที่อาจเชิญนักเรียนไปสัมภาษณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาคำร้องขอวีซ่า.
  • นักเรียนต้องกรอกข้อมูลในใบคำร้องขอวีซ่าให้ครบถ้วนและเป็นความจริงเท่านั้น หากนักเรียนไม่ปฎิบัติตาม อาจเป็นผลให้การดำเนินการพิจารณาวีซ่าล่าช้า หรืออาจถูกปฏิเสธวีซ่าได้.
เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่า ประกอบด้วย

  1. ใบสมัครขอวีซ่านักเรียน
  2. รูปถ่ายหน้าตรง 2 จำนวน 4 รูป
  3. หนังสือเดินทาง และสำเนา 1 แบับ
  4. ใบตอบรับจากสถาบันการศึกษาในประเทศแคนาดา
  5. ใบแสดงผลการเรียนล่าสุด
  6. หลักฐานการเงิน
  7. ค่าวีซ่านักเรียน (เช็คกับ VFS อีกครั้ง)
  8. กรณีนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
  • หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ ออกโดยอำเภอ/เขต
  • Custodianship ทนายเซ็นรับรอง
สถาบันการศึกษาที่แนะนำ ประเทศแคนาดา.

สนใจสมัครเรียนต่อประเทศประเทศแคนาดา:
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ IEP, โทร 02 640 1410 -1 หรือ
อีเมล์มาที่ : info@studyinter.com

เรื่องน่ารู้ประเทศแคนาดา :