United States
ข้อมูลทั่วไปประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศสหรัฐอเมริกามีเนื้อที่รวมกันประมาณ 378,695 ตารางไมล์ มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 18 เท่า โดยมีประชากรประมาณ 300 ล้านคน
ภูมิประเทศสหรัฐ อเมริกามีความหลากหลายในเรื่องของภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ทะเลทราย ภูเขา ที่ราบสูง และที่ลุ่ม สหรัฐอเมริกามีผืนแผ่นดินใหญ่เพราะมีพื้นที่ของรัฐติดต่อกันถึง 48 รัฐ จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือติดกับประเทศแคนาดา
ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
สหรัฐอเมริกาประกอบด้วยรัฐ ต่างๆ 50 รัฐ กับ 1 เขตการปกครอง ได้แก่ วอชิงตัน ดีซี (Washington DC) โดยมีรัฐฮาวาย อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และรัฐอลาสก้า อยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา รัฐอื่นๆ อีก 48 แห่ง
ภูมิอากาศประเทศสหรัฐ อเมริกามีสภาพภูมิอากาศครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่อากาศร้อนแบบทะเลทราย 45 องศา จนถึงหิมะถล่ม หรือพายุทอร์นาโด โดยมีทั้งหมด 4 ฤดู คือ
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบใม้ร่วง เดือนกันยายน – พฤศจิกายน
แถบ ตอนกลางของประเทศจะมีความแตกต่างในด้านอากาศระหว่างฤดูร้อนและฤดูหนาวอย่าง สิ้นเชิง อากาศหนาวสุดอยู่ในเดือนมกราคม ส่วนร้อนสุดอยู่ในเดือนกรกฎาคม
แถบตะวันออก อากาศในฤดูร้อนกับฤดูหนาวจะต่างกันอย่างชัดเจน แต่ไม่มากเท่ากับแถบตอนกลาง
แนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกและแถบตะวันตก อากาศในฤดูหนาวจะไม่เย็นจัดนัก แต่ในฤดูร้อนอากาศจะสูงเท่ากับแถบเส้นศูนย์สูตร
เวลามีการจัดแบ่งเวลาออกเป็น 4 โซน ดังนี้
- Eastern Time Zone (EST) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีการปรับเลื่อนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เรียกว่า Daylight Saving Time ทำให้เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 13 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Boston, New York, Washington D.C., Miami, and Cleveland
- Central Time Zone (CTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Chicago, New Orleans
- Mountain Time Zone (MTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ Denver, Phoenix
- Pacific Time Zone (PTZ) เวลาช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time เวลาช้ากว่าประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 16 ชั่วโมง เมืองที่อยู่ในเขตนี้ ได้แก่ San Francisco, Seattle, Hawaii
ประชากรประเทศ สหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งรวมของประชากรที่มาจากหลากหลาย วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมคือ อินเดียนแดง หลังจากนั้นชาวอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดินทางอพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรขาวผิวขาวประมาณกว่า 75 % นอกจากนี้ยังมีชาวผิวดำที่ถูกนำมาจากทวีปแอฟริกาในฐานะทาส แต่เดิมคนดำจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันอาศัยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น Washington D.C., Chicago โดยเฉพาะ New York ส่วนชาว Hispanic หรือพวกเชื้อสายสเปนซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 % ยังมีชาวเอเชียหรือพวกเชื้อสายแถบหมู่เกาะแปซิฟิกประมาณ 4% รวมทั้งชนเชื้อสายญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ใน Hawaii
ศาสนาชาวอเมริกัน ทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาตามความเชื่อของแต่ละบุคคล หรือจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลยก็ได้ ซึ่งศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์มีประชากรนับถือมากที่สุด
ระบบเศรษฐกิจเศรษฐกิจ ของประเทศสหรัฐอเมริกานับเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่อยู่ในระดับชนชั้นกลาง ประชากรรวยมากหรือจนมากจะมีจำนวนน้อย รัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญในด้านเศรษฐกิจเหมือนกับทุกประเทศ คือรัฐบาลกลางสนับสนุนการพัฒนาการขนส่ง ให้บริการด้านไฟฟ้า และคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ต่อเกษตรกรและประกันราคาพืชขั้นต่ำสำหรับพืช เศรษฐกิจ ทำหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพอาหารและยา ประกันเงินฝากและค้ำประกันเงินกู้ ส่งเสริมการศึกษา
ประเทศอเมริกา นับเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบรูณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ประเทศมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศเป็นป่าไม้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพาณิชย์และช่วยป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก ถ่านหิน บ่อน้ำมัน แก๊สธรรมชาติ สังกะสี ทองแดง และเงิน
ระบบการศึกษาระบบการศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา
-
โรงเรียนอนุบาลเริ่มเรียนตอนอายุ 3 ขวบ
-
โรงเรียนประถมศึกษาเริ่มเมื่ออายุ 6 ขวบ เรียน Grade 1-Grade 6
-
โรงเรียนมัธยมศึกษาเรียน Grade 7 และ Grade 8 หรือมัธยมศึกษาตอนต้น จะเรียกว่า Junior High School สำหรับ Grade 9-Grade 12 เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย Senior High School เมื่อจบ Grade 12 นักเรียนจะมีอายุ 18 ปี ในระดับนี้นักเรียนจะเรียนวิชาพื้นฐาน ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และต้องเลือกเรียนภาษาต่างชาติ เช่น เยอรมัน สเปน หรือพลศึกษาด้วย
-
ระดับอุดมศึกษาสถาบันระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกามีมากกว่า 3,000 แห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
วิทยาลัย 2 ปี หรือวิทยาลัยชุมชน จะมี 2 หลักสูตร ได้แก่
1. Transfer Track เป็นหลักสูตรพื้นฐาน 2 ปีแรกของระดับปริญญาตรีซึ่งเป็นวิชาบังคับ จากนั้นโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อเข้าเรียนต่อในปีที่ 3-4
2. Terminal/Vocational Track เป็นหลักสูตรอนุปริญญาสายวิชาชีพ เมื่อเรียนจบ 2 ปีจะได้วุฒิ Associate Degree ในสาขาวิชาที่เลือก
วิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี บางแห่งเปิดสอนปริญญาโทด้วย ซึ่งวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่ามหาวิทยาลัยทุกประการ
มหาวิทยาลัยเปิดสอนระดับปริญญาตรี โท และเอก
สถาบันเทคโนโลยีเปิดสอนระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมุ่งเน้นในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การสมัครเข้าเรียนใน ระดับปริญญาตรีนักศึกษาจะต้องมีผลสอบ TOEFL 500 สำหรับปริญญาโท และเอก จะต้องมีผลสอบ TOEFL 550 หากสมัครเรียน MBA จะต้องยื่นผลสอบ GMAT และในบางสาขา เช่น Communication, Engineering จะต้องยื่นผลสอบ GRE ด้วย
สำหรับปีการศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละรัฐ
>
ระบบ Semester ใน 1 ปีการศึกษาจะมี 2 semester และ 1 summer เรียน Semester ละ 16 สัปดาห์
- Fall Semester เดือนสิงหาคม – ธันวาคม
- Spring Semester เดือนมกราคม – พฤษภาคม
- Summer Session เดือนมิถูนายน – สิงหาคม
>
ระบบ Quarter ใน 1 ปีการศึกษาจะประกอบด้วย 4 Quarter เรียน Quarter ละ 10 สัปดาห์
- Fall Quarter เดือนกันยายน – ธันวาคม
- Winter Quarter เดือนมกราคม - มีนาคม
- Spring Quarter เดือนเมษายน – มิถุนายน
- Summer Quarter เดือนมิถุนายน – สิงหาคม
>
ระบบ Trimester- First Trimester เดือนกันยายน – ธันวาคม
- Second Trimester เดือนมกราคม – เมษายน
- Third Trimester เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
>
ระบบ 4-1-4 เป็นระบบใหม่ แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คั่นด้วยภาคเรียนสั้นๆ เรียกว่า Interim เพื่อให้นักศึกษาไปค้นคว้าด้วยตนเอง หรือออก Field Trip
- Fall Semester เดือนสิงหาคม – ธันวาคม
- Interim เดือนมกราคม
- Spring Semester เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม
การขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาสถาน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวัน สัมภาษณ์ที่ใช้ทั่วประเทศ ซึ่งผู้ประสงค์ยื่นขอวีซ่าจะต้องนัดหมายผ่าน "
บริการทางเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์" ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ ในการใช้บริการนี้ ท่านต้องซื้อรหัสประจำตัว (
PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินผ่านบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ เมื่อใช้รหัสประจำตัว (
PIN) ท่านจะสามารถหาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
การซื้อรหัสประจำตัวท่านสามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตร Visa หรือ Master รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้ทันที
บริการทางเว็บไซต์: ที่อยู่เว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com
บริการทางโทรศัพท์ ( Call Center): หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457
ที่ทำการไปรษณีย์ ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้ และสามารถใช้ได้หลังเวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า- ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 4,430 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf
- ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการรรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์ ค่าธรรมเนียม 396 บาท หรือบริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 760 บาท
- ชำระค่า Sevis ในเวป www.fmjfee.com จำนวน $200
- จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
(สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง)
- หาข้อมูลจากเว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ
- กรอกแบบฟอร์ม DS 160 ให้ครบถ้วน
- เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพฯ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
( EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 75 บาท
- ไปที่สถานกงสุลฯ ตามวันเวลาสัมภาษณ์ที่ได้ทำการนัดหมาย
http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/ และ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
**ข้อมูลจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
สถาบันการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา- ELS
- Embassy CES
- FLS
- Intrax International Institute
- Kaplan International College
- Academy of Art University
- Highline Community College
- San Diego State University