Developed by JoomVision.com

Studyinter.com Studyinter.com

Studyinter.com Studyinter.com

Studyinter.com Studyinter.com

Studyinter.com Studyinter.com
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
Developed by JoomVision.com

China

China1[1]ภูมิประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือประเทศจีน ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งขนาดของพื้นที่และจำนวนประชากร ซึ่งประเทศจีนมีเนื้อที่ประมาณ 9,326,410 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1.3 พันล้านคน
ประกอบด้วยเทือกเขาสูงร้อยละ 30 ที่ราบสูงร้อยละ 27 เป็นแอ่งและทะเลทรายร้อยละ 17 เนินเขาร้อยละ 8 และที่ราบร้อยละ 13 โดยมีที่ราบที่เหมาะสำหรับทำกสิกรรมเพียงร้อยละ 11
มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 14 ประเทศได้แก่ ทิศเหนือ จรดรัสเซีย มองโกเลีย และเกาหลีเหนือ ทิศใต้ จรดเวียดนาม ลาว พม่า อินเดีย ภูฐานและเนปาล  ทิศตะวันตก จรดปากีสถาน อัฟกานิสถาน เคอร์จิกิสถาน ทาจิกิสถาน และคาซัคสถาน
ภูมิอากาศ
ด้วยขนาดที่กว้างใหญ่ของประเทศ ทำให้มีสภาพภูมิอากาศของแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกันมาก ฤดูกาลแยกอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของลมมรสุม โดยแบ่งเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน (ราวเดือนมิถุนายน - สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง (ราวเดือนกันยายน - พฤศจิกายน) ฤดูหนาว (ราวเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์) และฤดูใบไม้ผลิ (ราวเดือนมีนาคม - พฤษภาคม) เขตภาคกลางและตะวันออกเฉียงใต้ อากาศอบอุ่น ค่อนข้างอบอ้าว มีฝนตกชุก ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศแห้งแล้ง ภาคใต้ อากาศกึ่งเขตร้อน ฝนตกตลอดปี ฤดูร้อนยาวนาน อากาศร้อนอบอ้าว ฤดูหนาวสั้น อากาศเย็นสบาย ภาคตะวันออกเฉียงใต้มักเผชิญพายุใต้ฝุ่นในฤดูฝน ราวเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน

ประชากร
ประชากรในจีนประกอบด้วยชาวฮั่นถึง 91.9 % กระจายอยู่ในพื้นที่ทาง ตะวันออกเป็นส่วนใหญ่   นอกจากนี้ประเทศจีนยังมีชนกลุ่มน้อยถึง 55 ชนชาติโดย เช่น เผ่ามองโกล เผ่าเกาหลี เผ่าทิเบต เผ่าอูเกอ (ชนชาติที่อาศัยอยู่ในซินเกียง) รวมถึงเผ่าไต (อาศัยอยู่ในสิบสองปันนา) ซึ่งมี ประเพณีและวัฒนธรรมคล้ายคนไทย

การเมืองและการแบ่งเขตการปกครอง
-    มีเขตการปกครอง 28 มณฑล (Provinces) เช่น มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong Sheng) มณฑลซานตง (Shandong Sheng) มณฑลเสฉวน (Sichuan Sheng) รวมทั้งไต้หวัน เป็นต้น
-    มี 5 เขตปกครองตนเอง (Autonomous regions) ได้แก่ มองโกเลียใน (Nei Menggu Zizhiqu) ซินเกียง (Xinjiang Weiwu'erzu Zizhiqu) ธิเบต (Xizhang Zizhiqu) กวางสี (Guangxi Zhuangzu Zizhiqu )และหนิงเซีย (Ningxia Huizu Zizhiqu)
-    มี 4 เทศบาลเมือง ( Municipalities) คือ มหานครปักกิ่ง (Beijing) มหานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มหานครเทียนสิน (Tianjin) และมหานครฉงชิ่ง (Chongqing)
-    มี 2 เขตปกครองพิเศษ (Special Administration regions) คือ ฮ่องกง และ มาเก๊า ตามหลักการหนึ่งประเทศสองระบบ
เขตปกครองระดับมณฑลและเขตปกครองตนเองทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลกลาง แต่เนื่องจากเขตปกครองตนเองนั้น ประชากรโดยส่วนมากเป็นชนกลุ่มน้อย จึงได้รับสิทธิในการบริหารงานภายในของตนโดยอยู่ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐบาลกลาง รวมทั้งการมีอิสระในการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาประจำกลุ่ม

ภาษา
ในอดีตจีนใช้รูปภาพแทนความหมายของสิ่งต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าอักษรรูปภาพ ซึ่งตัวอักษรรูปภาพเหล่านี้ได้พัฒนามาเป็นตัวอักษรจีนในปัจจุบัน.
โดยตัวอักษรจีนในปัจจุบันแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ ตัวอักษรอย่างง่าย (Chinese simplify character / Jian Ti Zi) และตัวอักษรดั้งเดิม (Chinese traditional character / Fan Ti Zi) ตัวอักษรอย่างง่ายถูกใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนตัวอักษรดั้งเดิมยังถูกใช้ในไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า เซี่ยงไฮ้และในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเลรวมทั้งประเทศไทยในขณะด้วย

ในส่วนของภาษาพูด หลายคนคงสงสัยว่า ไปเรียนเมืองใดภาษาจึงได้มาตรฐานที่สุดด้วยความจริงที่ว่า เมืองจีนมีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก และในแต่ละท้องถิ่นต่างมีภาษาหรือสำเนียงพูดเป็นของตนเอง เช่น "ลื้ออ้ายขื้อตี่ก๋อ อั๋วอ้ายขื้อตะลัก" นี่คือภาษาที่มักจะได้ยินจากคนไทยเชื้อสายจีนซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของเมืองซัวเถา (Shantou) ในมณฑลกวางตุ้ง ที่พวกเราคุ้นเคยซึ่งไม่สามารถใช้สื่อสารได้ในพื้นที่อื่น ๆ ของเมืองจีน ดังนั้นรัฐบาลกลางของจีน จึงได้กำหนดภาษาจีนกลาง (Putong Hua) ขึ้นมาเพื่อเป็นภาษากลางสำหรับสื่อสารกันทั่วประเทศ โดยทั่วไปคนทางภาคเหนือของจีนจะพูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจนกว่า คนที่อาศัย อยุ่ทางภาคใต้

ดังนั้นถ้าคุณต้องการสื่อสารกับคนทั้งประเทศจีนแล้วก็จำเป็นต้องรู้จักภาษาจีนกลางเพราะเป็นภาษาที่ กลางมาตรฐานและเป็นภาษาราชการที่คนจีนส่วนใหญ่สามารถเข้าใจได้

ระบบการศึกษาของประเทศจีน
ในประเทศจีน ระบบการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 แขนง คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นอุดมศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายของประเทศจีนกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 9 ปี

การศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศจีนได้รวมถึงการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
การศึกษาระดับอนุบาลใช้เวลาศึกษา 3 ปี ซึ่งเด็กจะเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ไปจนถึงเรียนจบระดับอนุบาลในอายุ 6 ขวบ หลังจากนั้นเด็กจะเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาเรื่อยไปจนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการจบระดับการศึกษาภาคบังคับ โดยในหนึ่งปีการศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา หลังจากนั้นเด็กผู้ซึ่งมีความประสงค์จะศึกษาต่อ จะต้องสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจะเป็นการเข้าศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งในระดับอาชีวศึกษาจะเป็นการใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 2-4 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กที่จบการศึกษาไปมีความรู้ทางเทคนิค การผลิต และการดำเนินงาน

การศึกษาขั้นอุดมศึกษา
ขั้นอุดมศึกษามีการแบ่งย่อยเป็นอนุปริญญาซึ่งใช้ระยะเวลาเรียน 2-3 ปี ในระดับปริญญาตรี 4 ปี (5 ปีในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ในระดับปริญญาโท 2-3 ปี และ ในระดับปริญญาเอก 3 ปี
การศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศจีนมีความหลากหลายในแต่ละสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบมีวุฒิบัตรหรือแบบไม่มีวุฒิบัตร หรือการรวมรูปแบบการศึกษาของอนุปริญญา ปริญญาตรี และ ปริญญาโท เข้าไว้ด้วยกัน

การศึกษาผู้ใหญ่
การศึกษาผู้ใหญ่ของประเทศจีนจะเป็นส่วนการศึกษานอกระบบโรงเรียน เพิ่มเติมจากการศึกษาในระบบโรงเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาขั้นอุดมศึกษา การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นต้นได้รวมถึงการให้การศึกษาเบื้องต้นแก่ผู้ใช้แรงงานในชนบทห่างไกล การศึกษาผู้ใหญ่ขั้นกลางได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพ อันได้แก่ ทีวี วิทยุ เสมียน ส่วนการศึกษาผู้ใหญ่ขั้นสูงได้รวมถึงการให้ศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงเพิ่มเติมจากวิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย

การยื่นขอวีซ่า นักเรียน หลักฐานที่ต้องใช้ได้แก่ 
1.ใบคำร้องขอวีซ่า
2. รูปถ่ายสีหน้าตรง 1 นิ้ว 1 ใบ
3. สำเนาใบตอบรับเข้าเรียนจากทางมหาวิทยาลัย  พร้อมเอกสารตัวจริง
4. หนังสือเดินทางตัวจริง ที่มีอายุไม่ต่ำกว่าหกเดือน

ลักษณะวีซ่า
วีซ่าเข้าประเทศจีนนั้น  มี 4 แบบ คือ
1) แบบ Single     คือ วีซ่าแบบครั้งเดียว  เราจะสามารถเข้าไปเหยียบแผ่นดินเขาได้ครั้งเดียว
2) แบบ Double   คือ เข้าได้ 2 ครั้ง
3) แบบ Mutiple/Half Year   คือ เข้าออกกี่ครั้งก็ได้ ภายในเวลา 6 เดือน เริ่มนับตั้งแต่วันที่เราเข้าประเทศจีนครั้งแรก
4) แบบ Mutiple/One Year  คือ เข้ากี่ครั้งก็ได้ภายในเวลา 1 ปี

แล้วเขาจะมีระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า  แบ่งเป็น 3 ระยะตามนี้
1 วัน       คือ ยื่นเอกสารตอนเช้าและรอรับคืนตอนบ่ายได้เลย
2-3วัน     คือ มารับภายใน 2-3 วัน 
4 วัน       คือ ระยะที่รับตามปกติ  แบบนี้จะราคาถูกที่สุด จะว่าไปแล้ว 2-3 วัน กับ 4 วัน ก็ต่างกันแค่วันเดียวเอง ถ้าไม่รีบก็ทำแบบระยะเวลาปกติดีกว่า 

ค่าใช้จ่าย จะมีตามนี้
ประเภท           1 วัน    2 - 3 วัน    4 วัน
Single              2200     1800     1000
Double             3200     2800     2000
Half/Mutiple     4200     3800     3000
Year/Mutiple    5700     5300     4500

สถานที่ทำวีซ่า
สถานฑูตจีน 57 ถนนรัชดาภิเษก (ใกล้อาคารฟอร์จูน )
โทร. 0-2245-7043, 0-2245-7033, 0-2245-7036-7
วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 - 11.30 น